เดินหน้าปฏิบัติการ 30 วัน....สร้างพลังพลเมือง ปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพฯ ผ่านเวทีประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ | สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ Skip to main content

   นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และ ประธานอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ .. พ.ศ. .... ) กล่าวระหว่างการประชุมพิจารณารูปแบบการดำเนินงานและความคืบหน้าของ การจัดประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ .. พ.ศ. .... ) ที่จะมีขึ้นในระหว่างเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ว่า แผนการดำเนินงานจัดประชาพิจารณ์ฯ จะประกอบด้วยเวทีการรับฟังความเห็น ๓ รูปแบบ คือ ๑.การรับฟังความเห็นสาธารณชนสำหรับประชาชนทั่วไปผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ความคิดเห็นตามประเด็นสำคัญในเบื้องต้น ผ่านช่องทางเว็บไซต์และช่องทางการสื่อสารสังคมที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ๒.การจัดเวทีประชาพิจารณ์หรือ Public Hearing สำหรับประชาชนทั่วไป จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนในการลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าร่วมเวทีประชาพิจารณ์ ๔ ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ และ ๓.การจัดเวทีปรึกษาสาธารณะหรือ Public Consultation เป็นเวทีลำดับสุดท้ายในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยเป็นเวทีการถกแถลงของผู้แทนกลุ่มเครือข่ายจากภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายระดับพื้นที่ รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องจากการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และครบถ้วนทั้งผู้รับบริการ ผู้จัดบริการ และผู้กำกับดูแล
 
   ประธานอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์ฯ กล่าวว่า แนวคิดในการจัดเวทีรับฟังความเห็นเพื่อปรับปรุงแก้ไข (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ จะมุ่งเน้นการสร้างพลังการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และการสร้างกระแสสังคมในการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพของคนไทยอย่างกว้างขวาง ภายใต้ 1 หลักการสำคัญ คือ 1.หลักการเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ 2.หลักความเป็นระบบ โดยมีเวทีการรับฟังความคิดเห็นที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์การประชุมและผู้ดำเนินการประชุมไว้อย่างชัดเจน และ 3.หลักการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม โดยการเปิดโอกาสการแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมเวทีอย่างเท่าเทียมกัน
 
   “จริงๆ แล้วหากตีความตามแนวทางการรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำร่างกฎหมายฯ ตามบทบัญญัติมาตรา ๗๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติว่า ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ฯลฯ เพื่อนำมาสู่การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชนและสาธารณะต่อไป….ซึ่งระบุว่าขั้นต่ำต้องมีการรับฟังความเห็นและเปิดเผยข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ โทรทัศน์ หรือเว็บไซต์เท่านั้นเป็นพอก็ได้ แต่เราอยากให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะเราให้ความสำคัญกับเสียงความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศเป็นสำคัญ”
 
   ด้าน ผศ.ดร.ทพ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี อนุกรรมการและเลขานุการดำเนินการประชาพิจารณ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานเพื่อจัดเวทีประชาพิจารณ์ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น 1.เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2560 จัดทำบทวิเคราะห์ทางวิชาการ การออกแบบกระบวนการรับฟัง และวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2.เดือนมิถุนายน พ.ศ.2560 เป็นการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้ง ๓ ระดับ ประกอบด้วย การรับฟังความเห็นสาธารณชน (Public Opinion), การจัดเวทีประชาพิจารณ์ (Public Hearing) และการจัดเวทีปรึกษาสาธารณะ (Public Consultation) และ 3.เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560 สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นจากเวทีรับฟังความเห็นทั้ง 3 เวที เพื่อจัดทำรายงานผลการดำเนินงานประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... เพื่อนำไปสู่การส่งต่อให้อนุกรรมการยกร่างกฎหมาย และเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป
 

กลุ่มงานสื่อสารสังคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) 02-832-9143

รูปภาพ
เอกสารแนบ
หมวดหมู่ข่าว
หมวดหมู่เนื้อหา