

11 มีนาคม 2569 ภาคเหนือ ลงดาบแก้ปัญหาสุขภาพพระสงฆ์เชิงรุก จับคู่วัดและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วจังหวัด เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และยกระดับสู่ "
#ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ลำพูน" โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กระทรวงสาธารณสุข, กรมอนามัย, โรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์, กรมการศาสนา, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และภาคเอกชน (ลูกอมแฮ็คส์) ในนามคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ได้ร่วมจัด เวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ระดับพื้นที่ ภาคเหนือ ขึ้นอย่างเข้มข้น ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เพื่อเดินหน้า “ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” ชูแนวคิด “ทางธรรมนำทางโลก” รุกถึงกุฏิ ที่มุ่งหวังเปลี่ยนสถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน มุ่งสู่อนาคตที่ “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข”



พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร กล่าวปาฐกถาว่า วัดคือสมบัติของชาติ ปัจจุบันพระสงฆ์และสามเณรอาพาธเป็นจำนวนมาก การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่มองเห็นความสำคัญของสุขภาพพระสงฆ์และสามเณร ในด้านการอุปัฏฐากดูแลสุขภาพและการส่งเสริมบทบาทที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลโลกให้วัดเป็นศูนย์กลางสุขภาวะของชุมชน โดยใช้ “
#ทางธรรมนำทางโลก” ที่มีธรรมะเป็นเข็มทิศ และชุมชนเป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อต่อกรกับภัยเงียบอย่างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่กำลังคุกคามคณะสงฆ์อย่างหนัก


นายสุธีรพันธ์ สุขวุฒิชัย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวว่า ลำพูนจะไม่ออกไปแค่ตั้งรับ แต่จะ ‘รุกเชิงนโยบาย’ เพื่อให้พระสงฆ์และสามเณรเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมเหมือนกับประชาชนทั่วไป และให้วัดเป็นศูนย์กลางสุขภาพของชุมชน โดยมี พระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครดูแลพระอาพาธ) และเครือข่ายพระสงฆ์ลำพูน เป็นแกนหลักสำคัญในการเชื่อมโยง ‘บ้าน วัด รพ.สต.’ เข้าด้วยกัน



นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า "
#ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ" ปัจจุบัน พบพระสงฆ์อาพาธกว่า 38,000 ราย สูงสุดคือโรคความดันและเบาหวาน นำมาสู่ยุทธศาสตร์ (2569-2575) เชิงรุก 5 ด้าน ซึ่งการดำเนินการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. โดยแผนฯให้ความสำคัญกับการเพิ่ม ‘พระคิลานุปัฏฐาก’ ให้ครอบคลุมทุกตำบลทั่วไทย พร้อมยกระดับวัดสู่ ‘นิเวศสุขภาพ’ เปลี่ยนให้วัดเป็นศูนย์กลางสุขภาพของชุมชน เพื่ออนาคตที่ ‘พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข’ อย่างแท้จริง