สช. ผนึกเครือข่ายป่าชุมชนบ้านคลองระบัง ชู “อาบป่าชุมชน” ใช้ธรรมชาติสร้างสุขภาวะ สู่การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ


image

เมื่อวันที่ 11-12 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็น "วันอาบป่าสากล" (International Forest Bathing Day) 🌍 จัดขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกันยายนของทุกปี 

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ร่วมกับเครือข่ายป่าชุมชนบ้านคลองระบัง จัดกิจกรรมเปิดประสบการณ์และระดมความคิดเห็นในหัวข้อ “การอาบป่าชุมชน” (Forest Bathing)
🌲 ณ ป่าชุมชนบ้านคลองระบัง และน้ำตกมวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี 🏞️

🎯 เป้าหมายสำคัญของการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คือการยกระดับการใช้ธรรมชาติบำบัด เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมปูทางสู่การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เกื้อหนุนทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจชุมชน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 
♻️ โดยกิจกรรมในวันที่ 11 กันยายน ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมเดินป่า ฟังเสียงนก 🐦 และซึมซับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ก่อนจะล้อมวงระดมความคิดเห็นเพื่อสกัด "หัวใจสำคัญ" ของการอาบป่า ซึ่งสามารถสรุปทิศทางเพื่อการขับเคลื่อนต่อไปใน 3 มิติ ได้แก่:

🧘‍♀️ 1. แก่นแท้ของการอาบป่า: ธรรมชาติบำบัดผ่านผัสสะทั้งห้า
การอาบป่าไม่ใช่แค่การเดินป่าทั่วไป แต่คือการเปิดประตูเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างเรียบง่าย ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) 👁️👂👃👅✋❤️ เพื่อดึงตัวเองให้อยู่กับปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการให้เวลาผู้เข้าร่วมได้สัมผัสและนิยามความผ่อนคลายด้วยตนเอง โดยมี "ไกด์อาบป่า" ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ประคับประคองและดูแลความปลอดภัย สร้างพื้นที่แห่งความสบายใจโดยไม่เร่งเร้า 🍃

🤝 2. ประโยชน์ที่ลึกซึ้ง: "ป่ารักษาคน คนรักษาป่า"
การอาบป่าชุมชนไม่เพียงช่วยลดความเครียดและฟื้นฟูจิตใจของผู้มาเยือน แต่ยังสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนในรูปแบบของเศรษฐกิจท้องถิ่น 🏘️ นอกจากนี้ ฐานข้อมูลความหลากหลายทางนิเวศที่ชุมชนช่วยกันสำรวจ ยังเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ใช้ปกป้องผืนป่าจากโครงการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม 🛡️ พร้อมกันนี้ยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรท้องถิ่น 🌿 เพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ประจำชุมชนและกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม 💰

📈 3. ความท้าทายและการขับเคลื่อนสู่นโยบายสาธารณะ
เป้าหมายใหญ่คือการผลักดันการอาบป่าให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างเสริม "สุขภาวะบนฐานสิ่งแวดล้อม" ในระดับนโยบายสาธารณะ 📜 อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายในด้านการบริหารจัดการเวลา งบประมาณ และการสร้างมาตรฐานที่ต้องยืดหยุ่นตามบริบทของแต่ละชุมชน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้นำอาบป่า (ไกด์) 🧗‍♂️ ที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสื่อสาร การดูแลจิตใจ และการทำงานร่วมกับเครือข่าย เพื่อให้เกิดการจัดการที่เคารพวิถีชุมชนอย่างแท้จริง 🤝

✨ ลงพื้นที่ปฏิบัติจริง: เปิดผัสสะรับพลังธรรมชาติ ณ น้ำตกมวกเหล็ก ✨

ต่อเนื่องในวันที่ 12 กันยายน เครือข่ายป่าชุมชนบ้านคลองระบัง ได้นำคณะผู้เข้าร่วมทดลองปฏิบัติการอาบป่าจริง ณ น้ำตกมวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อเปิดประสบการณ์และทำความเข้าใจกระบวนการอย่างลึกซึ้ง ผ่าน 5 ฐานกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงกายและใจเข้ากับธรรมชาติ ได้แก่:

💧 ฐานที่ 1: สัมผัสสายน้ำ – ปล่อยวางความเหนื่อยล้า ด้วยการถอดรองเท้าและแช่เท้าลงในสายน้ำเย็นฉ่ำ สัมผัสความสดชื่นจากธรรมชาติโดยตรง 👣

🚶‍♀️ ฐานที่ 2: ก้าวเดินอย่างมีสติ – เดินป่าในเส้นทางธรรมชาติ พร้อมกำหนดความสนใจ (โฟกัส) ให้อยู่กับความงดงามของรายละเอียดรอบกายในปัจจุบันขณะ ภายใต้กรอบสี่เหลี่ยมที่ได้รับ 🖼️

🪟 ฐานที่ 3: หน้าต่างแห่งธรรมชาติ – เปิดมุมมองใหม่ผ่านกระดาษซึ่งทำเป็นกรอบหน้าต่าง โดยสามารถนำวัสดุจากธรรมชาติมาติดบนหน้าต่าง ทำให้เห็นความสวยงามของธรรมชาติที่ต่างกันไป 🌺🍃

🧘‍♂️ ฐานที่ 4: ดื่มด่ำความสงบ – นิ่งพัก หลับตาและซึมซับบรรยากาศ ปล่อยให้เสียงน้ำตกและสายลมช่วยชำระล้างจิตใจให้เบาสบาย 🌬️

🫂 ฐานที่ 5: โอบกอดธรรมชาติ – สวมกอดต้นไม้ใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงพลังงานบริสุทธิ์และแสดงความขอบคุณต่อธรรมชาติที่โอบอุ้มชีวิต 🌳💚

🌟 การจัดกิจกรรมต้อนรับวันอาบป่าสากลในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "การอาบป่า"เป็นมากกว่าเทรนด์สุขภาพ แต่เป็นเครื่องมือทางสังคมที่ทรงพลังในการเชื่อมโยงมนุษย์กลับสู่ธรรมชาติ 🌏 
ซึ่ง สช. และเครือข่ายฯ จะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปขยายผลเพื่อผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะที่สร้างสุขภาวะที่ดีให้กับสังคมไทย

 

NHCO Q&A