คจ.สช. ถกคณะทำงานประเด็น ลับมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติฯ ให้คม ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง


image

คจ.สช. ปั้น Guideline ฉบับใหม่ หวังใช้เป็นเครื่องมือลับมติสมัชชาสุขภาพฯ ให้คม เชื่อมต่อนโยบายสู่การปฏิบัติได้จริง ผุดนวัตกรรม “เอกสารมติแบบสองชั้น” มุ่งเน้นสิ่งที่ประเทศต้องบรรลุ-แนวปฏิบัติสู่ผลลัพธ์ที่คาดหวัง พร้อมโฟกัสการสื่อสาร 2 ส่วน “ประชาชน” เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวทางสังคม “ผู้จัดทำนโยบาย” เพื่อตัดสินใจ

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 คณะอนุกรรมการสนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุภาพแห่งชาติ ภายใต้คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ครั้งที่ 19 และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่จะนำไปสู่การจัดทำแนวทางกลางสำหรับพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ หรือ Guideline for Developing National Health Assembly Policy Documents เพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือ คู่มือ หรือเพื่อนคู่คิด ในการทำงาน โดยมี คจ.สช. คณะอนุกรรมการสนับสนุนกระบวนการฯ คณะทำงานพัฒนาเฉพาะประเด็น ผู้แทนคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) ผู้แทนคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมผ่านทาง on-site และ online อย่างคับคั่ง


สำหรับแนวทางกลางฯ หรือ Guideline ฉบับนี้ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือ หรือแนวทาง ประกอบการดำเนินงาน แต่ไม่ได้เป็นข้อบังคับหรือสิ่งที่ต้องดำเนินการตามทั้งหมด โดยมีสาระสำคัญคือการวางแนวทางการเขียนเอกสาร 3 ชุด ได้แก่ 1. เอกสารหลัก ซึ่งเดิมถูกเขียนเหมือนภาคผนวก แต่ในอนาคตควรมีการกำหนดขอบเขตให้ชัด อธิบายสถานการณ์ ปัญหา เหตุผล ข้อมูลวิชาการ โดยมีหัวใจคือประเด็นเพื่อการพิจารณาและแนวทางขับเคลื่อน

2. เอกสารมติแบบสองชั้น (Double-decker Resolution) ได้แก่ ชั้นที่หนึ่ง เอกสารมติ ซึ่งประกอบด้วยบทนำและกรอบนโยบายสาธารณะ (Policy Statement) มุ่งเน้นถึงสิ่งที่ประเทศต้องบรรลุ ชั้นที่สอง แนวทางการขับเคลื่อน ซึ่งประกอบด้วยแนวทางการดำเนินงานเพื่อบรรลุข้อเสนอเชิงนโยบาย กลไกการดำเนินงาน และผลลัพธ์ที่คาดหวังอย่างชัดเจน และแผนที่ทางเดิน (Roadmap)

3. เอกสารสรุปสาระสำคัญ ซึ่งใช้สำหรับสื่อสารผู้กำหนดนโยบาย (Policy Maker Version)  เน้นสาระสำคัญของประเด็นและข้อเสนอที่ต้องการการตัดสินใจ หรือการสนับสนุนนโยบายจากผู้บริหารระดับสูง คณะรัฐมนตรี รัฐสภา ฯลฯ และภาคีเครือข่ายและสาธารณะ (Public Communication Version) ที่เน้นสร้างความเข้าใจร่วม กระตุ้นการมีส่วนร่วม และสื่อสารสาระสำคัญให้ประชาชนและภาคีเครือข่ายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้


ผศ.ดร. ธีรพัฒน์ อังศุชวาล รองประธาน คจ.สช. ครั้งที่ 19 และประธานคณะอนุกรรมการสนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและเอกสารมติสมัชชาสุขภาพที่ผ่านมา มักขึ้นอยู่กับทักษะส่วนบุคคล ความเชี่ยวชาญ และดุลยพินิจของคณะทำงานพัฒนาประเด็นต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการพัฒนาเอกสารมติ ภายใต้การทำงานร่วมกับคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่าคณะทำงานมักจำเป็นต้องค้นหาแนวทางและวิธีการในการพัฒนาเอกสารด้วยตนเอง ทั้งจากการศึกษาตัวอย่างเอกสารในปีก่อนหน้า และจากคำแนะนำของผู้มีประสบการณ์ ทำให้วิธีการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและเอกสารมติสมัชชาสุขภาพในแต่ละมติ มีความแตกต่างกัน

ฉะนั้น การพัฒนา Guideline ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในครั้งนี้ จะนำไปสู่การสร้างแนวทางในการพัฒนาข้อเสนอฯ และเอกสารมติอย่างเป็นระบบ มีแบบแผน และจะใช้เป็นเครื่องมือที่คณะทำงานและภาคีที่เกี่ยวข้องนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Guideline จะไม่ใช่ข้อบังคับที่คณะทำงานต้องทำตามทั้งหมด แต่จะเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดในการทำงาน

“มติบางฉบับในช่วงนี้อาจหนักในเชิงกรอบคิด แต่ยังเบาในเชิงปฏิบัติ กล่าวคือ แม้จะมีการวิเคราะห์เชิงระบบและใช้ถ้อยคำเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น แต่ยังไม่ชัดเสนอไปว่าเรื่องใดต้องตัดสินใจทันที เรื่องใดเป็นวาระที่ควรศึกษาเพิ่มเติม เรื่องใดเป็นภารกิจของหน่วยงานใด และควรดำเนินการภายในกรอบเวลาใด นอกจากนี้ ภาษาเชิงแนวคิดและคำศัพท์ร่วมสมัยจำนวนมากอาจทำให้มติห่างจากผู้ปฏิบัติระดับพื้นที่หรือภาคประชาชนบางกลุ่ม ฉะนั้นจากพลวัตที่ผ่านมา สช. และคณะอนุกรรมการสนับสนุนฯ จึงเห็นความจำเป็นในการพัฒนาแนวทางที่นำเอกจุดแข็งของแต่ละยุคสมัยมาสังเคราะห์และประมวลเป็น Guideline” ผศ.ดร. ธีรพัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กลไกระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพยากรที่แท้จริง ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับส่วนกลาง ขณะที่การจัดทำเอกสารต้องเหลาให้คมและต้องพูดกับคนให้รู้เรื่อง ทั้งผู้กำหนดนโยบาย และระดับปฏิบัติในพื้นที่ ส่วนการเขียนควรเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ไม่ใช่แผนปฏิบัติการ


นายจารึก ไชยรักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า จากประสบการณ์จัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา พบว่าการจัดทำร่างมติฯ และข้อเสนอเชิงนโยบายมีความแตกต่างหลากหลายมาก โดยพบว่าในช่วงแรกมีการเขียนที่ชัดเจนมากจึงเกิดเสียงสะท้อนว่าเป็นการสั่งการมากไปเกิน ระยะถัดมาจึงมีการปรับเปลี่ยนมาสู่การทำกรอบทิศทางนโยบาย (policy statement) พร้อมทั้ง Roadmap ในการปฏิบัติงาน ซึ่งหลังจากนี้เมื่อมีการพัฒนา Guideline ขึ้นมา ก็จะช่วยสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายและคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คมส.) และอนุกรรมการฯ นำไปวางทิศทางและขับเคลื่อนได้ง่ายขึ้น


นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า หากพิจารณาตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 แล้ว สิ่งที่สำคัญตามภารกิจคือการพัฒนานโยบายสาธารณะ หรือสิ่งที่เรียกว่าขาขึ้น ซึ่งกระบวนการทำงานขาขึ้นในปัจจุบันให้น้ำหนักกับขาเคลื่อนด้วย โดย สช. คณะทำงาน คจ.สช. ได้วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเด็นและการขับเคลื่อนประเด็น แล้วจึงชักชวนให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันทำงานไปพร้อมกันตั้งแต่ต้น ส่วนการพัฒนาเอกสาร ชัดเจนว่าการเขียนมีความสำคัญมาก หัวใจคือการสื่อสารซึ่งจะมี 2 กลุ่ม ได้แก่ การสื่อสารกับประชาชนเพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวทางสังคม และการสี่อสารกับฝ่ายนโยบาย

NHCO Q&A