สช. ย้ำ “Social Participation” คือหัวใจของอธิปไตยทางสุขภาพ บนเวที WHA 79 ชี้โลกในยุคแห่งความไม่แน่นอน ต้องสร้างระบบสุขภาพที่ยึดโยงประชาชน ควบคู่ความร่วมมือพหุภาคี


image

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ได้มีการจัดประชุมคู่ขนาน ภายใต้หัวข้อ “The Central Role of Social Participation and Multilateral Cooperation in Advancing Health Sovereignty” โดยความร่วมมือของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประเทศไทย ร่วมกับ ประเทศบราซิล ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สโลเวเนีย ตูนิเซีย และเครือข่ายภาคประชาสังคม นานาชาติ UHC2030 และ Civil Society Engagement Mechanism (CSEM) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากนานาประเทศเกี่ยวกับบทบาทของ การมีส่วนร่วมทางสังคม (Social Participation) และ ความร่วมมือพหุภาคี ในการเสริมสร้าง อธิปไตยทางสุขภาพ (Health Sovereignty)

อธิปไตยทางสุขภาพ: ประเด็นสำคัญในโลกที่เปลี่ยนแปลง
ที่ประชุมสะท้อนว่า ในบริบทโลกปัจจุบันที่เผชิญกับ โรคระบาด วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ตลอดจนความท้าทายด้านธรรมาภิบาลและการเงินของสุขภาพโลก แนวคิดเรื่องอธิปไตยทางสุขภาพ ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก อธิปไตยทางสุขภาพ (Health Sovereignty) หมายถึง สิทธิและขีดความสามารถของแต่ละประเทศในการกำหนด ดำเนินการ และกำกับนโยบายสุขภาพของตนเองตามบริบท ค่านิยม และลำดับความสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่พึ่งพาปัจจัยภายนอก ทั้งด้านเทคโนโลยีสุขภาพ ยา วัคซีน และทรัพยากรที่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า อธิปไตยทางสุขภาพไม่ใช่การปิดประเทศ แต่ต้องอาศัยทั้งศักยภาพภายในประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนหลักความเป็นธรรม

WHA77.2: Social Participation เป็นรากฐานของระบบสุขภาพที่เป็นธรรม
เวทีดังกล่าวได้เชื่อมโยงกับมติสมัชชาอนามัยโลกเรื่อง Social Participation for Universal Health Coverage, Health and Well-being ซึ่งประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลกให้การรับรองเมื่อปี พ.ศ. 2567 โดยมติดังกล่าวยอมรับว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสุขภาพที่ทำให้ระบบเป็นธรรม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น



Dr. Kalipso Chalkidou, ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินการคลังสุขภาพ ระบบบริการ และประสิทธิผลการดำเนินงาน จากองค์การอนามัยโลก ชี้ให้เห็นว่า Social Participation คือ การสร้าง“ธรรมาภิบาลแบบมีส่วนร่วม” (Participatory Governance)” ที่ทำให้ประเทศสามารถกำหนดอธิปไตยทางสุขภาพ ที่สะท้อนความต้องการและบริบทของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สช. เสนอ Social Participation เพื่อเสริมอธิปไตยทางสุขภาพ
ในการประชุมนี้ น.ส. ณนุต มธุรพจน์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะผู้แทนประเทศไทยย้ำว่า การมีส่วนร่วมทางสังคมไม่ใช่เพียงเครื่องมือของการพัฒนานโยบายสาธารณะ แต่เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างอธิปไตยทางสุขภาพ และสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐบาลกับประชาน



นอกจากนี้ น.ส. ณนุต ได้แลกเปลี่ยนตัวอย่างกลไกการมีส่วนร่วมทางสังคมที่ฝังอยู่ในระบบสุขภาพไทย ที่ช่วยสร้างอธิปไตยทางสุขภาพ เช่น ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่การรับฟังความคิดเห็นประจำปี เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์ของ และ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่เปิดพื้นที่ให้ภาครัฐ วิชาการ ภาคประชาสังคม และเยาวชน ร่วมกันกำหนดประเด็นสุขภาพและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

ผู้แทนไทยยังกล่าวถึง มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติปีที่ผ่านมา ที่หารือถึงทางออกของผลกระทบจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อระบบสุขภาพไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การท้าทายที่ซับซ้อนนี้จำเป็นต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ของประชาชนและหลักฐานทางวิชาการในการกำหนดนโยบาย

ข้อสรุปจากเวที: อธิปไตยทางสุขภาพ ไม่ใช่การโดดเดี่ยว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชน
ที่ประชุมสรุปตรงกันว่า เมื่อรัฐบาล รับฟังเสียงของประชาชนอย่างมีความหมาย จะช่วยให้ลำดับความสำคัญของประเทศมีความชัดเจน สะท้อนความต้องการของสังคม และมีความชอบธรรมมากขึ้นในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ขณะเดียวกัน เมื่อประเทศต่างๆ เข้าสู่เวทีระหว่างประเทศด้วย ความชอบธรรมที่ยึดโยงกับประชาชน ความร่วมมือพหุภาคีก็จะไม่เป็นเพียงการเจรจาระหว่างรัฐ แต่จะเป็นความร่วมมือที่ มีรากฐานจากความต้องการของประชาชน มีความหมายมากขึ้น และมีความยั่งยืนในระยะยาว

NHCO Q&A