วิถีธรรมนูญตำบลปทุม "ต้นแบบกติกาชุมชน"
จากเวทีทบทวนฉบับที่ 3 สู่การขับเคลื่อนสุขภาวะทุกช่วงวัย
เช้าวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ หอประชุมโรงเรียนปทุมพิทยาคม ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เวทีทบทวนธรรมนูญสุขภาพตำบลปทุมคึกคักไปด้วยผู้คนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ อสม. หน่วยบริการสุขภาพ กลุ่มผู้สูงอายุ ตัวแทนประชาชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ที่มาร่วมกัน ถอดบทเรียน ทบทวนผลการดำเนินงาน และระดมความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงธรรมนูญสุขภาพตำบลปทุม ให้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
เวทีครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลปทุม และมีความหมายมากกว่ากิจกรรมตามโครงการ เพราะเป็นพื้นที่กลางที่เปิดให้ชุมชนได้ร่วมกันมองย้อนบทเรียนที่ผ่านมา มองเห็นทั้งสิ่งที่ทำได้ดี ประเด็นที่ยังเป็นช่องว่าง และโจทย์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อร่วมกันออกแบบธรรมนูญฉบับถัดไปให้ตอบโจทย์ชีวิตของคนตำบลปทุมได้จริง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ในพิธีเปิด นายสมยศ ถิ่นปทุม นายกเทศมนตรีตำบลปทุม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภาพของผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายบริหารที่เข้ามาร่วมในเวทีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นชัดว่า ธรรมนูญสุขภาพของตำบลปทุมไม่ใช่เรื่องของภาคสุขภาพเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นวาระร่วมของทั้งตำบล ที่เทศบาลพร้อมทำหน้าที่เป็นทั้ง “เจ้าภาพ” และ “กลไกหนุนเสริม” ให้ข้อเสนอจากประชาชนสามารถขยับไปสู่การปฏิบัติจริงได้
ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งพลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพของตำบลปทุมมาอย่างต่อเนื่อง คือการผนึกกำลังของ นายนพดล ศุภโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปทุม และทีมงาน รพ.สต.ปทุม ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญด้านวิชาการสุขภาพ การประสานภาคี และการเชื่อมโยงข้อเสนอจากธรรมนูญไปสู่การดำเนินงานจริงในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ เพื่อผลักดันให้ประเด็นสุขภาพที่ชุมชนเห็นร่วมกัน สามารถพัฒนาเป็นโครงการ กิจกรรม และงบประมาณที่ตอบโจทย์คนในตำบลได้อย่างเป็นรูปธรรม
บรรยากาศของเวทีเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยน ระดมความคิดเห็นทั้งจากผู้นำชุมชน อสม. ผู้สูงอายุ กลุ่มสตรี เยาวชน และหน่วยงานในพื้นที่ ทุกคนต่างช่วยกันตอบคำถามเดียวกันว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา "ธรรมนูญสุขภาพตำบลปทุม" สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้ชุมชนบ้าง เรื่องใดควรสานต่อ เรื่องใดควรปรับปรุง และเรื่องใหม่ใดจำเป็นต้องถูกบรรจุไว้ในธรรมนูญฉบับต่อไป เวทีนี้จึงไม่ใช่เพียงการรายงานผล หากเป็นกระบวนการ “ตรวจชีพจรชุมชน” เพื่อให้กติกาสาธารณะของตำบลยังมีชีวิตและทำงานกับปัญหาจริงของผู้คนได้เสมอ
สะท้อนสาระสำคัญของตำบลปทุมได้อย่างชัดเจนว่า ธรรมนูญสุขภาพไม่ใช่เอกสารที่จัดทำขึ้นครั้งเดียวแล้วสิ้นสุด หากเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน ที่ต้องทบทวน ปรับปรุง และเติมเนื้อหาใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ นี่คือเหตุผลที่ตำบลปทุมได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในฐานะ หนึ่งในพื้นที่ต้นแบบระดับประเทศของการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพตำบล เพราะสามารถทำให้ธรรมนูญก้าวพ้นจากการเป็นเพียง “ข้อตกลงบนหน้ากระดาษ” ไปสู่การเป็น เครื่องมือจัดการปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจากฐานชุมชนได้จริง
![]() |
![]() |
เส้นทางธรรมนูญตำบลปทุม ฉบับที่ 1
หากย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้น จะพบว่าเส้นทางของธรรมนูญตำบลปทุมไม่ได้เริ่มจากห้องประชุม แต่เริ่มจาก “ปัญหาจริง” ในชุมชน ช่วงปี พ.ศ. 2551 คนในพื้นที่เผชิญผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญงานศพ ทั้งค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ความขัดแย้งในครอบครัว และผลเสียต่อสุขภาพ ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน พระสงฆ์ และ อสม. จึงเริ่มเปิดเวทีพูดคุยกันในระดับหมู่บ้านเพื่อหาทางออกร่วมกัน จากข้อตกลงเล็ก ๆ ในชุมชนหนึ่ง ค่อย ๆ ขยายผลไปสู่ทั้ง 12 หมู่บ้าน จนพัฒนาเป็นแนวทาง “ตำบลปลอดเหล้างานบุญงานศพ” ในปี พ.ศ. 2557
ความสำเร็จในวันนั้นไม่ได้เพียงช่วยลดรายจ่ายหรือปัญหาทะเลาะวิวาท แต่ทำให้ชุมชนเห็นพลังของกติกาที่เกิดจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เมื่อคนในพื้นที่ร่วมกันคิด ร่วมกันกำหนด และร่วมกันเฝ้ารักษา กติกานั้นย่อมมีพลังมากกว่าคำสั่งจากภายนอก ประสบการณ์ครั้งนั้นจึงกลายเป็นรากฐานสำคัญของการจัดทำ ธรรมนูญประชาชนคนตำบลปทุม ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2559 ซึ่งถือเป็นการยกระดับจาก “สัญญาใจ” ไปสู่ “กติกาสาธารณะของทั้งตำบล” ที่ครอบคลุมเรื่องสุขภาวะในมิติต่าง ๆ ทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัย
จากฉบับแรก ธรรมนูญตำบลปทุมไม่ได้หยุดอยู่กับเนื้อหาเดิม แต่เดินหน้าพัฒนาต่อเนื่องผ่านการทบทวนและปรับปรุงหลายระยะ เพื่อให้ทันกับโจทย์ใหม่ของชุมชน
ฉบับที่ 2 ขยายประเด็นคุ้มครองประชาชนและผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากขึ้น
มาถึงการทบทวนธรรมนูญฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569 กำลังก้าวสู่การเป็น “ธรรมนูญสุขภาพที่ครอบคลุมกลุ่มทุกช่วงวัย” เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของตำบลปทุมจากชุมชนชนบทสู่ สังคมกึ่งเมือง ที่กำลังเผชิญทั้งปัญหาขยะ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สังคมสูงวัยที่มีภาวะพึ่งพิงสูง ปัญหายาเสพติด และภัยคุกคามใหม่ต่อเด็กและเยาวชนจากโลกออนไลน์
สามฐานพลังความร่วมมือ สู่นโยบายที่กินได้
สิ่งที่ทำให้ธรรมนูญตำบลปทุมมีพลัง ไม่ใช่เพียงการเขียนประเด็นให้ครอบคลุม แต่คือการทำให้ธรรมนูญ “ขยับได้” และ “ใช้ได้จริง” ผ่านการทำงานบนฐานการขับเคลื่อนงาน ที่ผสาน พลังความรู้ พลังสังคม และพลังนโยบาย เข้าด้วยกัน โดยมี “3 ประสาน” คือ ท้องถิ่น ท้องที่ และ อสม. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน และเชื่อมต่อกับพลังของ “4 ท้อง” ได้แก่ ท้องถิ่น ท้องที่ ท้องทุ่ง และท้องธรรม ที่ดึงเทศบาล ผู้นำชุมชน ภาคเกษตร วัด โรงเรียน และประชาชน เข้ามาร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ร่วมกัน
พลังความรู้ของตำบลปทุมเกิดจากการใช้ข้อมูลจริงในพื้นที่ ทั้งข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และปัญหาที่ชุมชนเผชิญ มาประกอบกับองค์ความรู้จากหน่วยบริการสาธารณสุข อสม. และภูมิปัญญาท้องถิ่น ขณะที่พลังสังคมเกิดจากการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม ส่วนพลังนโยบายเกิดจากการที่เทศบาลตำบลปทุมนำธรรมนูญไปเชื่อมกับแผนงาน งบประมาณ และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างจริงจัง ทำให้ธรรมนูญไม่ใช่เพียงกรอบความคิด แต่เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการพัฒนาของตำบล
จุดแข็งสำคัญอีกประการของตำบลปทุม คือการแปลงธรรมนูญจาก “ข้อตกลงเชิงหลักการ” ไปสู่ “นโยบายที่กินได้” ผ่านการนำหมวดหมู่หรือข้อกำหนดในธรรมนูญมาใช้อ้างอิงเป็นหลักการและเหตุผลในการเขียนโครงการเสนอต่อ กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ (กปท.) จนเกิดกิจกรรมและงบประมาณรองรับการดูแลสุขภาวะของคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่างที่เห็นชัด ได้แก่ โครงการพัฒนา อสม. สู่การเป็น Caregiver เพื่อยกระดับศักยภาพ อสม. ในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในระดับหมู่บ้าน, โครงการสุขภาพเชิงรุกและการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เน้นการคัดกรอง ดูแลกลุ่มเสี่ยง และปรับพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้กลไก “3 หมอ” และการแพทย์แผนไทย, โครงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่อทำให้บ้านและพื้นที่สาธารณะปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ, โครงการชุมชนปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง ที่ขยายจากงานบุญปลอดเหล้าไปสู่พื้นที่ปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และการเฝ้าระวังภัยใหม่ในกลุ่มเยาวชน ตลอดจน โครงการสนับสนุนสิทธิในวาระสุดท้ายของชีวิต (Living Will) ที่ช่วยให้คนในชุมชนมีความรู้เรื่องการวางแผนการดูแลระยะท้ายอย่างมีศักดิ์ศรี
![]() |
![]() |
เมื่อมองจากเวทีทบทวนฯ ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น จะเห็นชัดว่าความโดดเด่นของตำบลปทุมไม่ได้อยู่ที่การมีธรรมนูญหลายฉบับ แต่อยู่ที่ วิธีทำให้ธรรมนูญ “มีชีวิต” อยู่เสมอ นั่นคือ การเปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้ทบทวนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รับฟังเสียงของคนในพื้นที่ ปรับกติกาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง และเชื่อมข้อกำหนดเหล่านั้นไปสู่โครงการ งบประมาณ และการปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง กระบวนการเช่นนี้เองที่ทำให้ตำบลปทุมไม่เพียงเป็น “พื้นที่ที่มีธรรมนูญ” แต่เป็น พื้นที่ที่ใช้ธรรมนูญเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง
ธรรมนูญของตำบลปทุมฯ จึงไม่ใช่เอกสารที่เขียนเสร็จแล้วเก็บขึ้นหิ้ง แต่เป็น กลไกกลางของชุมชนในการมองอดีต เข้าใจปัจจุบัน และออกแบบอนาคตร่วมกัน เป็นกติกาที่เติบโตไปพร้อมกับปัญหาและความหวังของผู้คน เป็นพื้นที่ที่เสียงของชุมชนสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนโยบายและงบประมาณได้จริง และเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า เมื่อชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ธรรมนูญสุขภาพย่อมเป็นได้มากกว่ากระดาษหนึ่งฉบับ แต่คือพลังของการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
จาก “สัญญาใจ” ในวันแรก สู่ “ธรรมนูญที่มีชีวิต” ในวันนี้ ตำบลปทุมได้แสดงให้เห็นว่า กติกาที่ดีที่สุดไม่ใช่กติกาที่เขียนไว้อย่างสวยงามที่สุด แต่คือกติกาที่ชุมชนร่วมกันสร้าง ร่วมกันใช้ และร่วมกันทำให้เกิดผลในชีวิตจริง และนั่นเองคือความหมายของธรรมนูญสุขภาพที่ไม่หยุดอยู่แค่หน้ากระดาษ แต่หยั่งรากอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน พร้อมเติบโตไปกับชุมชนอย่างไม่สิ้นสุด
Cr: ภาพจาก https://www.facebook.com/patum.ministy










