สช. เปิดวงถกภาคีเครือข่าย ดึง ‘ท้องถิ่น’ บูรณาการขับเคลื่อน “ระบบสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อเด็กเล็ก” หนุนแนวคิด “ใช้ชุมชนนำ“ เตรียมปูพรมจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม วางโรดแมป 2 ปี 16 ก.ค. นี้
วานนี้ (16 มิ.ย. 69) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดประชุมปรึกษาหารือเพื่อวิเคราะห์ประเด็นขับเคลื่อนร่วมกับท้องถิ่น ภายใต้มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ “มติการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัยด้วยการบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม”

โดยมี นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อปลดล็อกปัญหาเด็กปฐมวัยปมวิกฤตที่ต้องแก้ไขด้วย “พลังท้องถิ่น” นพ.อภิชาติ เผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และสาธารณสุข ได้มีมติเห็นชอบให้ "มติ 9.3 การสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัยด้วยการบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม" เป็นหนึ่งในมติมุ่งเป้าขับเคลื่อนเชิงรุก เนื่องจากสอดคล้องกับปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศที่กำลังเผชิญกับวิกฤตประชากร “เด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดถึงก่อน 5 ปี รวมถึงทารกในครรภ์ เป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานชีวิต แต่ปัจจุบันเด็กไทยมากกว่าครึ่งยังเผชิญภาวะเสี่ยงด้านโภชนาการ ทั้งขาดสารอาหารและอ้วน พัฒนาการไม่สมวัย และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือการถูกกระทำรุนแรง อปท. จึงเป็นจุดคานงัดสำคัญที่สุดในพื้นที่ ที่จะเข้ามาช่วยหนุนเสริมและเปลี่ยนนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงได้"
มุ่งบูรณาการยุทธศาสตร์: นโยบาย - วิชาการ - ปฏิบัติการ

ด้าน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็ก โดยมีปัจจัยองค์รวมที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ทั้งเรื่องสุขภาพ โภชนาการ ความปลอดภัย และความสัมพันธ์เชิงบวก เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ต่อการขับเคลื่อนในระยะ 2 ปีนี้ จำเป็นต้องบูรณาการทั้งด้านนโยบายและการกำกับดูแล การปฏิบัติการในพื้นที่ที่มุ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากร โดยเฉพาะการใช้กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) มาใช้ขับเคลื่อนด้านสุขภาวะเด็ก ปรับปรุงสภาพแวดล้อม และสนับสนุนสวัสดิการอย่างมีส่วนร่วม รวมถึงการบูรณาการกลไกการขับเคลื่อนร่วมกัน
เดินหน้าขับเคลื่อน “ระบบสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อเด็กเล็ก” ด้วยการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ
ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและถอดบทความสำเร็จจากประเด็นขับเคลื่อนที่ดำเนินการอยู่จำนวนมาก เช่น มหัศจรรย์ 2500 วัน, สุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย, การส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน, การเล่นเปลี่ยนโลกและสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา, การเลี้ยงดูเชิงบวกโดยชุมชน, นโยบายที่เป็นมิตรกับครอบครัว ฯลฯ โดยที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันว่า ทุกเรื่องมีความสำคัญและเชื่อมโยงกันต่อการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก จึงกำหนดประเด็นขับเคลื่อนภายใต้วาระ “ระบบสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อเด็กปฐมวัย” หนุนแนวคิดการการใช้ชุมชนนำ เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน" (It takes a village to raise a child) ซึ่งจะแบ่งการดำเนินงานออก เป็นสองส่วนหลักคือ (1) การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย(2) กลยุทธ์และนวัตกรรมส่งเสริมพัฒนาการและลดพฤติกรรมเสี่ยงด้วยเครื่องมือต่างๆ โดยจะมีการประชุมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนร่วมระยะ 2 ปีข้างหน้า (ปี 2570 - 2571) อย่างเป็นรูปธรรม ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมระดมสมอง ทั้งผู้แทนจาก สช. นายจารึก ไชยรักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, นายเตชิต ชาวบางพรหม ผู้อำนวยการสำนักนโยบายสำนักเขตเมือง, นายทรงพล ตุละทา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะภาคเหนือ พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายหลัก อาทิ นางสุดใจ พรหมเกิด ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน, นายเชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก, รศ.นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี, นางสาววิสารัตน์ ธีระโกเมน รองผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย, นางปิยภา เมืองแมน มูลนิธิสร้างเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ สสส., ผศ.สุนี ไชยรส คณะทำงานขับเคลื่อนสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า สสส., นางสาวชนกพร แสนสุด นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย, นายคุณาณัฐศ์ เจริญเชื้อชนะ ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยรองเลขาธิการ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย, นายแหลม ศรีนุ้ย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนมะนาว สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ฯลฯ โดยภาคีเครือข่ายเชื่อมั่นว่า การเดินหน้าปักหมุดขับเคลื่อนงานร่วมกับท้องถิ่นอย่างเข้มข้นนับจากนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาวิกฤตประชากร และสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคมไทยอย่างยั่งยืน


