โคราชขับเคลื่อนนโยบาย “สร้างสุขสุดท้ายที่ปลายทาง” ชูระบบ e-Living Will นำร่องระดับประเทศ ยกระดับสิทธิผู้ป่วย ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติฯ


image

จังหวัดนครราชสีมาเดินหน้าขับเคลื่อนสิทธิการเลือกวาระสุดท้ายของชีวิต ผ่านระบบ e-Living Will อย่างเป็นรูปธรรม พบว่ามีประชาชนทำหนังสือแสดงเจตนาฯ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 9,000 คนทั่วประเทศ โดยนครราชสีมามีผู้แสดงเจตนาฯ สูงสุดกว่า 1,700 คน สะท้อนพลังความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ ผู้นำทางจิตวิญญาณและภาคประชาชน ในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิอย่างมีคุณภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมสตาร์เวลล์บาหลี รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาระบบบริการสุขภาพหนุนเสริมการเข้าถึงสิทธิตามมาตรา 12 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ 2550”โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจเครือข่าย “ฅนโคราช : สร้างสุขสุดท้ายที่ปลายทาง” โดยเน้นการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ นำร่อง 8 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง จักราช โชคชัย พิมาย พระทองคำ โนนไทย ปากช่อง และประทาย มีบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครเข้าร่วมกว่า 200 คน เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนและบุคลากรสาธารณสุข เข้าถึงการทำ Living Will  ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง

 

นพ.วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเปิดการประชุม ย้ำความสำคัญของการเตรียมพร้อมต่อความตายอย่างมีสติ พร้อมชี้ว่าระบบ e-Living Will ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลสาธารณสุข จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงความต้องการของผู้ป่วยได้ทันทีในภาวะฉุกเฉิน และยืนยันว่าการแสดงเจตนาฯ ไม่ใช่การปฏิเสธการรักษา แต่เป็นการเลือกคุณภาพชีวิตในวาระสุดท้าย และเพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนสามารถ วางแผนการดูแลรักษาในช่วงวาระสุดท้าย ของชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี

 

ด้าน นาวาเอก นายแพทย์พรศักดิ์ ผลเจริญสมบูรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ บรรยายบทบาทบุคลากรและอาสาสมัครในการดูแลระยะสุดท้าย พร้อมอธิบายสาระสำคัญของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 โดยเฉพาะมาตรา 8 (สิทธิรับทราบข้อมูล) และมาตรา 12 (Living Will) รวมถึงความแตกต่างระหว่างการดูแลระยะยาว (Long-term Care) และการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care)  ที่มุ่งลดความทุกข์ทรมานและเคารพความต้องการของผู้ป่วย

ช่วงเวทีเสวนาในหัวข้อ “หนุนเสริมการเข้าถึงสิทธิการรักษาตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ 2550: พัฒนาระบบบริการสุขภาพ สร้างสุขสุดท้ายที่ปลายทาง” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับนโยบายและผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยน  อาทิ นายแพทย์วรัญญู สัตยวงศ์ทิพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

•ศ. (พิเศษ) ดร.นพ.สำเริง แหยงกระโทก กรรมการสุขภาพแห่งชาติ

•นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

•นายภาษิต ชนะบุญ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

•แพทย์หญิงรัตนา ยอดอานนท์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม)

•อาจารย์ตฤณ สุนทรสกุล นายทะเบียน e-Living Will รูปแบบอาจารย์ใหญ่ให้ธรรมทานต้นแบบการตายดีวิถีพุทธ วัดป่าโนนสะอาด โดยมีนายจารึก ไชยรักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

เวทีชี้ให้เห็นถึงการขับเคลื่อนเชิงระบบและเครือข่าย มุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พินัยกรรมชีวิต (Living Will) ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เชื่อมโยงข้อมูลกับฐานข้อมูลสาธารณสุขทั่วประเทศ ส่งผลให้ บุคลากรทางการแพทย์สามารถรับทราบและปฏิบัติตามเจตจำนงของผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำในวาระสุดท้าย โดยเฉพาะการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) เพื่อลดการรักษาที่เป็นการยื้อความตายโดยไร้ประโยชน์ และร่วมกันเชิดชูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย

นอกจากนี้ ยังย้ำถึงบทบาทสำคัญของ ความร่วมมือระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ในการขยายผลไปสู่ระดับปฏิบัติการผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั้ง 348 แห่งทั่วจังหวัด โดยมุ่งเน้นภารกิจ คือ 1.การสร้างองค์ความรู้: สื่อสารทำความเข้าใจเรื่องสิทธิตามมาตรา 12 ให้เข้าถึงระดับครัวเรือน

การสนับสนุนทรัพยากร: ผ่าน "กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ" เพื่อจัดสรรอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น (เช่น เตียงผู้ป่วย หรือถังออกซิเจน) ให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้ตามความประสงค์

การเชื่อมโยงเครือข่าย: บูรณาการการทำงานของ รพ.สต. ทุกสังกัดเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ: เชื่อมโยง รพ.สต. ในสังกัดท้องถิ่นและสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเข้าด้วยกัน

   

ในช่วงบ่ายโดยนางสาวปรางทิพย์ เนตรน้อย ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นำกระบวนการฝึกปฏิบัติการใช้งานระบบสารสนเทศ e-Living Will ซึ่งปัจจุบันมีสถานพยาบาลขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 767 แห่งทั่วประเทศ และมีประชาชนจัดทำ e-Living Will เกือบ 10,000 ราย โดยสช. เตรียมเชื่อมโยงระบบกับแอปพลิเคชันภาครัฐและระบบสุขภาพดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลเจตนารมณ์ของผู้ป่วย โดยในระยะต่อไป สช. มีแผนเชื่อมโยงระบบเข้ากับแอปพลิเคชันอย่าง “ทางรัฐ”, “หมอพร้อม”, “เป๋าตัง” และระบบ Health Link เพื่อให้ประชาชนและสถานพยาบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลเจตนารมณ์ของผู้ป่วยได้สะดวกและรวดเร็ว

NHCO Q&A