คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รับทราบ รายงานนโยบายสาธารณะฯ


VIEW: 416   SHARE: 0     15-01-2026

ที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๓ พ.ย. ๒๕๖๘ ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุม ณ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ได้มีมติรับทราบและให้ข้อเสนอแนะต่อรายงานนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพไทย ประจำปี ๒๕๖๘ เรื่อง “การจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติจากธรรมชาติต่อระบบสุขภาพไทย” ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดทำขึ้นเป็นแนวทางข้อเสนอต่อหน่วยงาน องค์กร และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานต่อไป

สำหรับรายงานนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพฯ ฉบับนี้ มีข้อเสนอเชิงนโยบาย ได้แก่ ๑. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการสุขภาพที่ยืดหยุ่น เช่น เรื่องของการบริการสุขภาพทุกระดับที่พร้อมปรับเพื่อรับมือภัยพิบัติ ๒. ด้านการจัดการข้อมูลและการสื่อสารความเสี่ยง เช่น แผนที่ความเสี่ยง การสื่อสารความเสี่ยง ๓. ด้านกลไกการบริหารจัดการ การกระจายอำนาจ และการบูรณาการ เช่น กลไกความร่วมมือในการดูแลทั้งระยะก่อน ระหว่าง และหลังเกิดภัยพิบัติ ๔. ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภัยพิบัติ เช่น กฎระเบียบการใช้งบประมาณในภาวะฉุกเฉิน ๕. ด้านการพัฒนาศักยภาพของชุมชนและพัฒนาความรอบรู้ด้านภัยพิบัติของประชาชนในระยะยาว เช่น ความรู้เรื่องภัยพิบัติ การส่งเสริมบทบาทชุมชน

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ คสช. เปิดเผยว่า สช. พิจารณาเห็นว่าการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติจากธรรมชาติต่อระบบสุขภาพไทย เป็นเรื่องสำคัญที่ควรเร่งเสนอต่อกลไกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ จึงได้จัดทำเอกสารรายงานฯ เพื่อนำส่งให้หน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประกอบการดำเนินงาน และเป็นบทบาทของ คสช. ตามมาตรา ๒๕(๒) พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่มีหน้าที่และอำนาจในการให้ข้อเสนอแนะหรือให้คำปรึกษาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ พร้อมติดตามผลดังกล่าว

ทั้งนี้ สช. ใช้เกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกประเด็นเพื่อจัดทำรายงานฯ คือเป็นประเด็นที่มีความสอดคล้องตามธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นนโยบายที่สังคมหรือรัฐบาลให้ความสนใจ เป็นนโยบายที่มีการขับเคลื่อนร่วมกันหลายภาคส่วน มีผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง หรือมีความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่และระดับชาติ ตลอดจนมีการขับเคลื่อนมาแล้วระยะหนึ่ง

“จากการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่า แนวโน้มสถานการณ์การเกิดภัยพิบัติมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติ และภัยที่มาจากน้ำมือมนุษย์ ส่งผลกระทบทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน แม้ปัจจุบันเราจะมีกรอบแนวคิดและแผนระดับชาติด้านการจัดการภัยพิบัติอยู่มากมาย แต่การปฏิบัติจริงยังเน้นการกำหนดมาตรการเชิงรับ มากกว่าเชิงป้องกันและเตรียมความพร้อม” เลขาธิการ คสช. กล่าว

นอกจากนี้ รายงานฉบับดังกล่าวยังถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาระเบียบวาระ เรื่อง “ระบบบริหารจัดการเพื่อสุขภาวะในวิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่พัฒนาเป็นมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๘ พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่มีการจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๘ พ.ย. ๒๕๖๘ ที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ด้วย

นายไมตรี จงไกรจักร์ กรรมการ คสช. กล่าวว่า การจัดการภัยพิบัติ เป็นหนึ่งในประเด็นที่รัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งแม้จะมีแนวปฏิบัติอยู่บ้าง แต่รายงานการศึกษาที่ คสช. ร่วมกันรับทราบในครั้งนี้ ถือเป็นแนวนโยบายที่จะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้เร่งรัดให้ประธาน คสช. นำข้อเสนอนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. โดยเร็ว เพื่อให้ตอบสนองต่อนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อสภา ซึ่งทางคณะทำงานก็พร้อมที่จะช่วยให้เกิดการนำนโยบายไปปฏิบัติการให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อไป

วันเดียวกัน ที่ประชุม คสช. ยังได้มีมติรับทราบและให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คมส.) ได้สรุปภาพรวมตั้งแต่ปี ๒๕๕๑-๒๕๖๗ พบว่ามีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งสิ้น ๙๘ มติ แบ่งเป็น กลุ่มมติที่มีการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายสำคัญของมติแล้ว (A: Achieved) ๓๗ มติ, กลุ่มมติที่กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง (O: On-going) จำนวน ๔๒ มติ, กลุ่มมติที่เห็นควรที่จะต้องนำมาทบทวนใหม่ (R: To be revisited) จำนวน ๘ มติ, กลุ่มมติที่เห็นควรให้ยุติ เนื่องจากมีมติใหม่ครอบคลุมมติเดิม และไม่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน (E: End-up) จำนวน ๓ มติ และ กลุ่มมติที่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนและต้องหากลไกเพื่อขับเคลื่อน (M: To find Key Mechanism) จำนวน ๘ มติ

NHCO Q&A