ภัยพิบัติถ้วนหน้า : สร้างวัฒนธรรมวิถีใหม่รับมือภัยพิบัติ
โลกยุคใหม่ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงมีภัยพิบัติมากมายหลายอย่างเกิดขึ้น รุนแรง รวดเร็ว ฉับพลัน ทั้งจากน้ำมือมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิกาศ สภาพแวดล้อม ไม่เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง แต่เกิดขึ้นได้ในทุกที่ ถึงขั้น “ภัยพิบัติถ้วนหน้า” ทุกคนทุกที่ต่างพบเจอ ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย แผ่นดินไหว ภัยแล้ง โรคอุบัติใหม่ สึนามิ สงครามชายแดน ฯลฯ
เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น เกิดผลกระทบมากมาย สูญเสียทั้งชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน อาชีพ รายได้ ผู้ประสบภัยต่างบอกว่า “ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอรุนแรงแบบนี้” “หนักสุดในรอบ ๕๐ ปี” “ฝนหนักสุดในรอบ สองร้อยปี/พันปี” … นั่นคือเราไม่ได้คาดคิด หรือคาดคิดแล้ว แต่คาดไม่ถึง อยู่บ่อยๆ ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ทั้งที่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า
จะรับมืออย่างไรกับภัยพิบัติถ้วนหน้าที่มาแรงแบบถี่ๆ
ก่อน-ระหว่าง-หลังเกิดภัยพิบัติ การเตรียมพร้อม การป้องกัน การรับมือเผชิญเหตุ การฟื้นฟูเยียวยา
จะคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก คนเจ็บป่วยกายใจ ปัญหาสุขภาพจิต PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ทั้งเครียด ซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย เพิ่มมากขึ้น ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก บ้าน รถ ที่นอน อุปกรณ์เครื่องครัว จะนอนที่ไหน จะกินอะไร ขาดปัจจัยสี่ สูญเสียอาชีพการงาน ไม่มีรายได้ เงินเยียวยาน้อยมากไม่เพียงพอ เทียบไม่ได้กับสิ่งที่สูญเสียไป
หวังผลลัพธ์ใหม่ ต้องทำอะไรใหม่ที่แตกต่างจากเดิม ได้ผลที่ดีกว่าเดิม
ต้องเปลี่ยนตั้งแต่วิธีคิด มีความรู้ มีข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างวัฒนธรรมแห่งความปลอดภัย (safety culture) ไม่ใช่ชะตาชีวิต ไม่ใช่โชคร้าย หากต้องเตรียมพร้อม ไม่ประมาท สร้างทักษะแห่งความปลอดภัย(survival skills) มีแผนบุคคล แผนชุมชน แผนหน่วยงาน แผนชาติ มีการซ้อมแผน เตรียมการต่างๆ มีระบบเตือนภัย หากเกิดภัยต้องอพยพอย่างไร ไปจุดอพยพที่ไหน มีระบบบัญชาการเหตุการณ์ สร้างผู้นำทุกระดับ มีทักษะในการบัญชาการเหตุการณ์ หน่วยงานต่างๆ สามารถบูรณาการแชร์ทรัพยากรช่วยกันได้ มีระบบข้อมูลที่ดี ใช้เทคโนโลยีช่วย
ทำกันจนเป็นวิถีชีวิต ติดฝังอยู่ใน DNA เป็นวัฒนธรรมความปลอดภัย ในทุกคนทุกเพศทุกวัยทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา มองรอบ มองไกล ใจกว้าง ไม่ประมาท
ชุมชน/ท้องถิ่น เป็นจุดคานงัดสำคัญในการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ มีรายงานการศึกษาวิจัยจากเหตุการณ์ภัยพิบัติในหลายๆ ที่ พบว่าที่ใดชุมชนเข้มแข็ง มีความสัมพันธ์กันดี แม้ประสบภัยพิบัติรุนแรง แต่ความสูญเสียชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน น้อยกว่า ถึงสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน แต่โรคเครียด ซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย PTSD ไม่เกิดขึ้น เพราะผู้คนในชุมชนรวมพลังต่อสู้ไปด้วยกัน ไม่โดดเดี่ยว สามารถเปลี่ยนจากเหยื่อ (victim) จากผู้ได้รับผลกระทบ เป็นผู้ร่วมกู้วิกฤติ ดูแลตนเองได้ ช่วยกันเองได้ จะหวังรอภายนอกมาช่วยนั้นไม่ทันการณ์ ทั้งในยามปกติสามารถไปช่วยชุมชนอื่นๆ ที่เกิดภัยพิบัติได้
สานพลังความร่วมมือทุกภาคส่วน ป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อในภัยพิบัติ ไม่มีใครอยากเป็นมือแบ หากอยากเป็นมือบน ที่มีโอกาสให้ช่วยเหลือคนอื่น มากกว่ารอรับความช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอเชิงนโยบายการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนและท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง ตามที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เสนอ มุ่งเน้นการกระจายอำนาจการจัดการภัยพิบัติให้กับชุมชนและท้องถิ่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วม สร้างความเข้มแข็งในการจัดการภัยพิบัติของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคท้องถิ่น ภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่นในการจัดการตนเองเพื่อการจัดการภัยพิบัติ สนับสนุนให้เกิดกองทุนท้องถิ่น การบูรณาการข้อมูล จัดทำและบูรณาการแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งระยะการป้องกันเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ การเผชิญเหตุและตอบโต้ขณะเกิดภัย ตลอดถึงการฟื้นฟู
มาร่วมกันสร้างให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนเรียนรู้สู้ภัยพิบัติ ทั่วทั้งแผ่นดิน
ในปีใหม่ ๒๕๖๙ นี้ ท่านคาดว่าภัยพิบัติจะเพิ่มมากขึ้น รุนแรงมากขึ้น หรือน้อยลง ?!! บ้านหรือชุมชนที่ท่านอยู่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติอะไรบ้าง ?!! คาดการณ์ เตรียมการให้พร้อม ด้วยความไม่ประมาท
ขอให้ทุกท่านได้รอดปลอดภัย สูญเสียน้อยที่สุดในภัยพิบัติของประเทศไทยครั้งต่อไป
ปีใหม่ ร่วมกันสร้างวิถีใหม่ วัฒนธรรมใหม่แห่งความปลอดภัยรับมือภัยพิบัติกันนะครับ
🙏🙏💪💪👍👍🤟🤟


