“สมัชชาสุขภาพกรุงธนเหนือ” ผนึกกำลังจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างมติสมัชชาสุขภาพระดับกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร, คณะอนุกรรมการวิชาการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร และศูนย์วิชาการสุขภาวะเขตเมือง มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) บ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อพิจารณาร่างมติสมัชชาสุขภาพระดับกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ณ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา และผ่านระบบออนไลน์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล นิราธร เป็นประธาน ดร.ศิริกาญจน์ โพธิ์เขียว รองอธิการบดี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวต้อนรับ และ พญ.สุธี สฤษฎิ์ศิริ สำนักอนามัย กทม. เป็นผู้กล่าวรายงานต่อประธานและที่ประชุม บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 150 คน เพื่อร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อกรอบทิศทางนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างสุขภาวะกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ 8 เขตกรุงธนเหนืออย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณารับรองมติอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
มุ่งเป้าเสริมสร้างสุขภาวะกลุ่มคนเปราะบาง
ศ.ดร.นฤมล นิราธร ประธานอนุกรรมการวิชาการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร และประธานการประชุมครั้งนี้ ได้กล่าวเปิดงานพร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของเวทีนี้ว่า เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของพื้นที่ เพื่อนำความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะไปปรับปรุงร่างเอกสารมติสมัชชาสุขภาพและแผนการดำเนินงาน ให้ตรงกับบริบทจริงของประชาชน ภายใต้มติหลักคือ “การเสริมสร้างสุขภาวะกลุ่มคนเปราะบาง ในกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ” โดยแบ่งเป็น 1 ประเด็น ได้แก่ 1. การดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบาง 2. ความเป็นธรรมด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง และ 3. การจัดการปัญหายาและสารเสพติดและสุขภาพจิต ซึ่งล้วนสกัดมาจากเวทีการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่
นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้สะท้อนแนวคิดสำคัญของพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะอย่างมีส่วนร่วมผ่านเครื่องมือสมัชชาสุขภาพ โดยระบุว่ากระบวนการสมัชชาสุขภาพเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ในการแลกเปลี่ยนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตสุขภาวะของตนเอง สอดคล้องกับธีมหลักของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2569 ปีนี้คือ "สังคมอยู่ดีมีพลัง นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ"
ขณะที่ นายวิฑูรย์ อภิสิทธิ์ภูวกุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร ได้นำเสนอนโยบายและแนวทางการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานครสู่การปฏิบัติจริง โดยระบุว่า กทม. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับงานสมัชชาสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์การสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็น "เมืองน่าอยู่ และเมืองแห่งโอกาสและความหวังสำหรับทุกคน" ผ่านการบริหาร 4 มิติหลัก คนเมือง ระบบ เศรษฐกิจ และเมือง พร้อมนำเทคโนโลยีและระบบติดตามนโยบาย (BMA Policy Tracking) มาช่วยบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคีเครือข่าย
ผ่าสาระสำคัญของร่างมติฯ
ผศ.วิกรม ศุขธณี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา และ ผศ.พิมพ์ชนา ศรีบุณยพรรัฐ มรภ.สวนสุนันทา ในฐานะตัวแทนคณะผู้ดำเนินกระบวนการ ได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างมติสมัชชาสุขภาพกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ (เขตจอมทอง, เขตบางกอกน้อย, เขตบางกอกใหญ่, เขตบางพลัด, เขตคลองสาน, เขตตลิ่งชัน, เขตทวีวัฒนา, เขตธนบุรี) ซึ่งครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. การดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบาง มุ่งเน้นการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางรายบุคคลแบบ Real-time เพื่อขจัดความซับซ้อนและการตกหล่น การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและระบบการดูแลระยะยาว เน้นที่คุณภาพชีวิตและการพึ่งพาตนเองได้
2. ความเป็นธรรมด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตกลุ่มคนเปราะบาง มุ่งกระบวนการทำแผนจัดหาที่ดินและพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ตลอดจนการจัดให้มีระบบสาธารปโภคและการจัดให้มีที่อยู่อาศัยชั่วคราวสำหรับผู้เดือดร้อนในชุมชนแออัด
3. การจัดการปัญหายาและสารเสพติดและสุขภาพจิต ปรับกระบวนการป้องกัน คัดกรอง บำบัด รักษา และติดตามผลให้เป็นความลับ เพื่อปกป้องสิทธิผู้ป่วย ลดการตีตรา และคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน
มุมมองสะท้อนจากภาคประชาชนและภาคี
คุณสุนันทรา สุนทรสมัย ประธานสภาองค์กรชุมชนเขตบางพลัด มีข้อเสนอต่อประเด็นที่อยู่อาศัยว่า งบประมาณซ่อมแซมบ้านสำหรับกลุ่มเปราะบางในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อสภาพความแออัดของพื้นที่ พร้อมเสนอให้ภาครัฐจัดหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวรองรับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีการไล่รื้อที่ดินรัฐก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้กลุ่มเปราะบางต้องเคว้งไร้ที่อยู่อาศัย รวมถึงการร่วมพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางและทางออกร่วมกัน
คุณภารณี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระ ได้เสนอให้เพิ่มประเด็นเกี่ยวกับกลไกการขับเคลื่อนและการติดตามมติ โดยให้ กทม. ร่วมกับ สช. เป็นหลักในจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนและติดตามผลระดับกลุ่มเขตที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมจัดทำรายงานผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเสนอเชิงนโยบายถูกนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ถูกทิ้งไว้บนกระดาษ
สำหรับผู้แทนหน่วยงาน/ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส. กทม.) สภาองค์กรชุมชน คณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขต (คคพ.) คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับเขต (พชข.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) สภาเด็กและเยาวชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร (สำนักอนามัย, สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล, สำนักพัฒนาสังคม, สำนักการศึกษา, สำนักการแพทย์, สำนักงานพัฒนาระบบสาธารณสุข, สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.), กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.), กองทุนสวัสดิการชุมชน, กองทุนหมู่บ้านและพัฒนาเมือง, กองทุนแม่ของแผ่นดิน, สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และสภาวัฒนธรรมเขต, อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด (อสย.), อาสาสมัครเทคโนโลยี (อสท.) , การเคหะแห่งชาติ, อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.), เป็นต้น
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
























