สมัชชาสุขภาพอุบลฯ ประกาศธรรมนูญรองรับสังคมสูงวัยอำเภอวารินฯ
มุ่งขับเคลื่อน 5 มติ สร้าง “เมืองสุขภาพดี ชีวิตดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี”
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 สมัชชาสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดและมหกรรมสุขภาพปฐมภูมิ ภายใต้หัวข้อ “เตรียมพร้อมรองรับสังคมสูงวัย ห่างไกลโรค NCDs” ณ หอประชุมโรงเรียนเทศบาลแสนสุข ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดทั้ง 5 มติ ด้วยพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การสร้าง “สุขภาพดี ชีวิตดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี” พร้อมทั้งยกระดับแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะพื้นที่แบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน โดยได้ร่วมกันจัดทำ “ธรรมนูญรองรับสังคมสูงวัย” ในระดับตำบล และอำเภอ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสานพลังเครือข่ายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างครอบคลุม
|
|
ภายในงาน มีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากสาธารณสุขทั้ง 25 อำเภอ รพ.สต. เครือข่าย อสม. ตลอดจนคณะกรรมการและอนุกรรมการทั้ง 5 ประเด็น รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งกิจกรรมมินิคอนเสิร์ต นิทรรศการขับเคลื่อนตำบล การแสดง “ฮุงเฮืองเมืองวาริน” จากโรงเรียนลือคำหาญวารินชำราบ และหมอลำ “สูงวัยใจเกินร้อย” โดยนายเฉลิมพล มาลาคำ นายก อบต.ท่าลาด ตลอดจนนิทรรศการการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสุขภาวะของชุมชนและท้องถิ่น ภายใต้เครื่องมือธรรมนูญสุขภาพตำบล อีกทั้งยังมีการมอบเกียรติบัตรแก่องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัยอำเภอวารินชำราบ ให้แก่นายกเทศมนตรีและนายกอบต. 17 แห่ง ,กำนันตำบล 16 ตำบล , ผอ.รพ.สต. 24 แห่ง โรงพยาบาลวารินชำราบ/สนง.สาธารณสุขอำเภอวารินฯ/สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นฯ โดยนายแพทย์ นพ.วรัญญู สัตยวงศ์ทิพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ร้อยตรีสรมงคล มงคละศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพฯ ย้ำว่า “หัวใจสำคัญของงานในวันนี้ คือ การทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี ห่างไกลโรค เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ
“จากความมุ่งมั่นของภาคีเครือข่ายทีมีการบูรณาการและประสานความร่วมกันอย่างเป็นระบบ เครือข่ายสมัชชาสุขภาพอุบลฯ ทุกท่านมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสุขภาพทีดีไปด้วยกัน มีธรรนูญสุขภาพที่จะเกื้อหนุนการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนที่ดีร่วมกันไปอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนอุบลฯ เป็นพลเมืองที่มีสุขภาพที่ดี”
ต่อมาฟังปาฐกถาพิเศษจาก แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในหัวข้อ “การมีส่วนร่วมของชุมชนกับการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ” โดยชี้ให้เห็นว่า ระบบสุขภาพปฐมภูมิเป็นด่านแรกที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบมีความยั่งยืน อุบลราชธานีนับเป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของประเทศที่สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงสุขภาวะได้อย่างแท้จริง
“จากการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร ส่งผลให้เด็กเกิดลดลงอย่างชัดเจน เหลือเพียงไม่ถึง 5 แสนคนในปี 2567 ที่น่าสนใจคือ การขับเคลื่อนประเด็นการเสริมพัฒนาการทางสมอง (EF) จากการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น ท้องที่ รพ.สต. เกิดการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาสังคมจังหวัด ทำให้เด็กในชุมชนมีโอกาสมากขึ้น จากการส่งเสริมด้านอาหารโภชนาการ การส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา การดูแลด้านอารมณ์และจิตใจ กลไกเหล่านี้มีบทบาทในการการขับเคลื่อนในการส่งเสริมการพัฒนาการและการเสริมสร้าง IQ และ EQ ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม"
นายแพทย์สุรพร ลอยหา ประธานคณะกรรมการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพฯ กล่าวถึงมติสมัชชาสุขภาพจังหวัด 5 ประเด็น ซึ่งมีการทำงานที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และเกิดทิศทางการพัฒนาและขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1. การเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย ครอบคลุมมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดทำธรรมนูญสุขภาพ การพัฒนาสวัสดิการ และกองทุนช่างชุมชน
2. การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย เน้นการพัฒนาการสมวัย ทั้ง IQ และ EF ผ่านกลไก CFCT และธรรมนูญเด็กปฐมวัย
3. การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล เพื่อผลักดันให้อุบลราชธานีเป็นจังหวัดสะอาดต้นแบบ
4. การป้องกันมลภาวะฝุ่น PM2.5 ด้วยการขยายพื้นที่ต้นแบบ Zero Burn และนวัตกรรมเฝ้าระวัง เช่น แอป “อุบลลดเผา”
5. การสร้างสังคมการเรียนรู้เท่าทันสื่อในเด็กและเยาวชน โดยจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม และขับเคลื่อน ONE PLAN เชื่อมโยงเครือข่ายกว่า 38 องค์กร และ พัฒนาช่องทางสือใหม่ ๆเช่น TikTok ร่วมกับสื่อมวลชน เยาวชน และสถาบันทางการศึกษา
ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การประกาศ “ธรรมนูญรองรับสังคมสูงวัย อำเภอวารินชำราบ” โดย นายอุดมศักดิ์ นวลศิริ นายอำเภอวารินชำราบ และ นายอุทัย เลี้ยงหิรัญถาวร สาธารณสุขอำเภอวารินชำราบ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 17 แห่ง ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐ และสถาบันการศึกษา
ธรรมนูญฉบับนี้เป็น “ข้อตกลงร่วมของคนอำเภอวารินชำราบ” ที่ตั้งเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย โดยยึดหลักสิทธิ ความเสมอภาค ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนบนฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อก้าวสู่การเป็น “เมืองน่าอยู่สำหรับคนทุกช่วงวัย” อย่างแท้จริง