กระตุกขากางเกง สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ


VIEW: 73   SHARE: 0     07-09-2026

image

สวัสดีค่ะทุกท่าน! กลับมาเจอกับตัวแม่สายเผือกเจ้าเก่าเจ้าเดิม ที่พร้อมพาทุกท่านไปเกาะขอบโต๊ะประชุมระดับชาติกันแบบ exclusive!


พูดก็พูดเถอะ นึกถึงคำว่า “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” หลายคนคงนึกภาพ งานประชุมใส่สูท ผูกไท อ่านเอกสารหนาตับจนเผลอหลับใช่ไหมคะ? แต่หยุดก่อนค่ะ! เพราะสมัชชาสุขภาพฯ ครั้งที่ ๑๙ นี้ ขอบอกเลยว่า “แซ่บ นวัตกรรมใหม่ และจี๊ดใจสายแมส” สุดๆ มี ๒ ประเด็นร้อน พร้อมงานเด็กๆ ที่ไม่เด็ก เลยขอหยิบมาเม้าท์ให้ฟัง บอกเลยว่าอ่านจบแล้วจะร้อง “อ๋อ... เขาคิดกันไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย!”


โลกป่วย เราป่วย: เมื่อธรรมชาติต้องกลายเป็น “ยารักษาโรค”

“โลกป่วย เราป่วย” มันคือความจริงอันเจ็บปวดค่ะคุณน้า! ที่ดิฉันคิดขึ้นมา เพราะทุกวันนี้ PM ๒.๕ ก็สูด ขยะก็เต็มเมือง พื้นที่สีเขียวในเมืองกรุงเหรอ?  นานๆ ทีจะเจอ! แล้วเราจะเอาสุขภาพดีมาจากไหนก่อน?

รอบนี้เขาเลยจะดันเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติมาบำบัดกายและใจ หรือที่เก๋ๆ เรียกว่า Social Prescribing (การสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคมด้วยธรรมชาติ) ต่อไปหมออาจไม่จ่ายยาพาราฯ แล้วนะ แต่อาจเขียนในใบสั่งยาว่า “ไปเดินส่องนกในสวนสาธารณะวันละ ๓๐ นาที” เก๋ปะล่ะ!

แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ... ภาพฝันสวยหรู แต่ภาพจริงตื่นค่ะ! ขอเม้าท์หน่อยเถอะ ปัญหาจริงคืออะไร? มาตรฐานกลางด้านธรรมชาติบำบัดอยู่ไหน? ไม่ใช่ใครตั้งสำนักนั่งสมาธิใต้ต้นไม้แล้วบอกเป็นธรรมชาติบำบัดนะ!

ไหนจะบุคลากรเฉพาะทางก็ขาดแคลน ระบบสุขภาพเราพร้อมรับเรื่องแบบนี้จริงหรือยัง? ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติ! คนกรุงเทพฯ ฝั่งหนึ่งมีสวนสาธารณะเดินถึงใน ๕ นาที แต่อีกฝั่งต้องนั่งรถเมล์ ๓ ต่อเพื่อไปเจอต้นไม้ ๓ ต้น! แบบนี้มันจะบำบัดเท่าเทียมได้ยังไงคะ?

ยังดีที่ตอนนี้บรรดาภาคีเครือข่ายเริ่มนั่งไม่ติด ลุกมารวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบาย เร่งทำมาตรฐาน พัฒนาคน และพยายามเชื่อมเรื่องนี้เข้ากับระบบสุขภาพชุมชนอยู่ ...ก็ขอเอาใจช่วยนะคะ อย่าให้เป็นแค่กระดาษสวยๆ ในห้องประชุมนะจ๊ะ!


คนคือหัวใจของชาติ: “ไร้รอยต่อ” หรือ “ต่อไม่ติด” เอาดีๆ?

มาต่อกันที่ประเด็นที่สอง กับคอนเซปต์อลังการงานสร้างที่ฉันคิดขึ้นเองอีกแล้ว “คนคือหัวใจของชาติ” ที่รอบนี้เขาจะปั้น “ระบบนิเวศการพัฒนาคนแบบไร้รอยต่อ” ฟังดูเว่อร์วังมาก! แต่หัวใจสำคัญคือการดูแลคนตลอดช่วงชีวิต โดยเฉพาะจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุ่มเสี่ยงต่อการ “ขิต” มากที่สุด นั่นคือกลุ่ม First Jobber

คุณคะ... เด็กจบใหม่ยุคนี้ไม่ได้สู้ชีวิตอย่างเดียวนะคะ ชีวิตสู้กลับวันละแปดรอบ! ค่าแรงเท่าเดิม แต่ค่าครองชีพพุ่งแซงดาวอังคาร ทักษะที่เรียนมา ๔ ปี พอทำงานจริงดันกลายเป็นของโบราณ ต้องมานั่ง Reskill-Upskill กันงกๆ

สมัชชาสุขภาพฯ รอบนี้เขาเลยพยายามมองภาพใหญ่ ทั้งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ทักษะแห่งอนาคต ไปจนถึงการยกเครื่อง ระบบสวัสดิการและตลาดแรงงานเชิงรุก ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กจบใหม่โดนเทอยู่กลางทางเดินชีวิต

คำว่า “ไร้รอยต่อ” เนี่ย ฟังดูดีมากค่ะ แต่ในความเป็นจริง กระทรวงโน้นก็ถือเงิน กระทรวงนี้ก็ถือคน ถ้ายังต่างคนต่างทำ มันจะไม่ใช่ ไร้รอยต่อ นะคะ แต่มันจะเป็น “รอยต่อที่รอยร้าวลึกมาก” ต่างหาก! ฝากผู้ใหญ่ใจดีช่วยกันทลายไซโล (Silo) แล้วมองเห็นคนรุ่นใหม่แบบไม่เกี่ยงอายุ สักทีเถอะค่ะ!


สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่: เสียงของอนาคต... ที่ไม่ได้มาแค่เป็น “วอลเปเปอร์”!

ปิดท้ายด้วยความสดใสแต่ดุดัน กับประเด็น สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็น “เสียงของอนาคต”

กรี๊ดดด! ในที่สุดผู้ใหญ่เขาก็ตื่นรู้แล้วค่ะว่า นโยบายสาธารณะที่จะใช้ในอีก ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า จะมานั่งคิดกันเองโดยคนวัยใกล้เกษียณไม่ได้! เพราะคนที่ต้องอยู่กับผลกระทบของนโยบายเหล่านั้นจริงๆ ก็คือ “คนรุ่นใหม่” นี่แหละ

การเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ และคนรุ่นใหม่เข้ามา คิดใหม่ ทำใหม่ ในนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีมากกก (ก.ไก่ล้านตัว) เพราะเด็กยุคนี้เขามีความเด็ดขาด มีมุมมองสากล และมองเห็นปัญหาที่คนรุ่นก่อนอาจมองข้าม


แต่...ขอเตือนไว้สักนิด!

เปิดพื้นที่ให้อย่างเดียวไม่พอนะคะ ต้อง “เปิดใจฟัง” และ “นำไปใช้จริง” ด้วย! อย่าทำสมัชชาคนรุ่นใหม่เพียงเพื่อเอาไว้ถ่ายรูปทำสไลด์เสนอผู้บริหารว่า “เราฟังเสียงเยาวชนแล้วนะ” เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เด็กๆ เขาดูออกค่ะ! ถ้าอยากได้ “เสียงของอนาคต” จริงๆ ผู้ใหญ่ต้องพร้อมถูกตั้งคำถาม และพร้อมเปลี่ยนเชิงโครงสร้างจริงๆ ด้วย!

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ รอบนี้ ถือว่าตั้งโจทย์ได้ดี จับจุดปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยได้ตรงเป้า ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สุขภาพจิต คุณภาพชีวิตแรงงาน และการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อน

แต่สุดท้าย... “นโยบายจะเลิศแค่ไหน ก็ไร้ความหมายถ้าไม่เกิดการปฏิบัติจริง” ดิฉันขอเม้าท์แค่นี้ก่อน แล้วจะคอยจ้องมอง... ผลลัพธ์ต่อไปอย่างใกล้ชิดนะคะ... สวัสดีค่ะ!

 

NHCO Q&A