Road to NHA19 มติแบบ ๒ ชั้น กับการผลักดัน ‘นโยบายกินได้’


VIEW: 84   SHARE: 0     04-09-2026

image

เหลือเวลาอีกไม่ถึง ๙๐ วัน งานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ ประจำปี ๒๕๖๙​ (NHA19) ก็จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปีนี้ คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ซึ่งมี พญ.พรรณพิมล วิปุลากร เป็นประธาน ได้ทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อตระเตรียมความพร้อมอย่างถึงที่สุด

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ คือรูปธรรมการพัฒนาและต่อยอดจากความสำเร็จจากงาน ๑๘ ครั้งก่อนหน้า ทั้งมิติมุมมอง กระบวนการทำงาน การพัฒนาข้อเสนอ รูปแบบการนำเสนอ ไปจนถึงกรอบการเขียนเอกสาร-ร่างมติสมัชชาฯ

ทั้งหมดนี้ มุ่งหวังที่จะทำให้นโยบายสาธารณะฯ ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง


--- จัดสมัชชาสุขภาพฯ เร็วขึ้น ---

ในอดีต ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สมาชิกสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทุกภูมิภาค-ทุกภาคส่วน ต่างปักหมุดรอคอยที่จะได้เดินทางมาพบปะกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเสนอมุมมองต่อการพัฒนานโยบายสาธารณะฯ ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

แต่ในปี ๒๕๖๙ จะแตกต่างออกไป เพราะงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ ถูกกำหนดให้ร่นเวลาการจัดขึ้นมาเร็วขึ้น โดยเหตุผลที่ คจ.สช. กำหนดให้จัดเร็วขึ้น ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับระบบงบประมาณของประเทศ อีกส่วนสัมพันธ์กับการจัดทำแผนและขับเคลื่อนในระดับพื้นที่

นั่นทำให้ในปีนี้ มีการขยับมาเป็น วันที่ ๒๘ – ๒๙ ต.ค. ๒๕๖๙ ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ภายใต้แนวคิดหลัก (Theme) “สังคมอยู่ดีมีพลัง: นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” ที่เป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจที่จะเปลี่ยนภาพนโยบายที่ซับซ้อนเข้าใจยาก ให้กลายเป็นนโยบายที่เข้าใจมนุษย์ นำด้วยความเห็นอกเห็นใจ และเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมร่วมกันออกแบบชีวิตและสุขภาพที่ตนเองเลือกได้

แน่นอน ภาพความตั้งใจนี้ไม่ได้ถูกกำหนดไว้เพียงเป้าหมายเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนรูปธรรมออกมา ผ่านขั้นตอนกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ลงลึกถึงกลุ่มเป้าหมาย และเปิดกว้างการมีส่วนร่วมอย่างถึงแก่น

แม้จะมีการขยับช่วงเวลาของงานให้เร็วขึ้นแต่ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ประธาน คจ.สช. ครั้งที่ ๑๙ ยืนยันว่าทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามแผนงานที่ได้ออกแบบรองรับไว้ล่วงหน้า และยังมีการมองต่อถึงการเตรียมการเพื่อรองรับการขยับเวลาของกระบวนการจัดในปีถัดไป ที่อาจมีการเลื่อนขึ้นมาเร็วขึ้นเป็นเดือน ก.ย. อีกด้วย


--- ๒ ระเบียบวาระ ๒ มิติสุขภาวะ ---

สำหรับระเบียบวาระของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ ที่จะเข้าสู่การพิจารณามีด้วยกัน ๒ ระเบียบวาระ ที่มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อ ‘ปลดล็อก’ ข้อจำกัดเดิมในระบบ ประกอบด้วย

๑. การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม เกิดจากการมองเห็นความท้าทายด้านสุขภาพและปัญหาสุขภาพจิตของคนในสังคมยุคปัจจุบัน ประกอบกับกระแสความต้องการเชื่อมโยงชีวิตเข้ากับธรรมชาติ

วาระนี้จึงมุ่งยกระดับฐานทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพสมัยใหม่’ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยมีแนวทางสำคัญคือการผลักดันกลไกให้ระบบบริการสุขภาพ สามารถ ‘สั่งจ่ายกิจกรรมธรรมชาติบำบัด’ เช่น การอาบป่า หรือการใช้พื้นที่สีเขียวเพื่อการเยียวยากายและจิตใจแทนการใช้ยา ควบคู่ไปกับการจัดทำมาตรฐานความปลอดภัย และการยึดหลักสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญที่ไม่แยกคนออกจากป่า แต่ส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมบริหารจัดการป่าและแหล่งน้ำ พร้อมทั้งได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างสมดุล

๒. การยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ หรือ การพัฒนาระบบนิเวศที่ส่งเสริมสุขภาวะของกลุ่มเริ่มต้นทำงานใหม่ (First Jobber) ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตการดูแลทุนมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบ โดย First Jobber ในนิยามนี้ไม่จำกัดเพียงเด็กจบใหม่ตามวัยเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ที่ต้องเริ่มต้นวิถีอาชีพใหม่เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เช่น การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เนื้อหาของวาระจึงเน้นการสร้างระบบนิเวศรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิต การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การป้องกันภาวะหมดไฟ (Burnout) การดูแลสุขภาพจิต ตลอดจนการปฏิรูปการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยระบบธนาคารหน่วยกิตดิจิทัล (Credit Bank) และการขยายระบบสวัสดิการคุ้มครองไปถึงกลุ่มแรงงานนอกระบบ ฟรีแลนซ์ Gig Worker ฯลฯ เพื่อให้ทุกคนมีงานที่มีคุณค่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างมีศักดิ์ศรี

นอกจากสองวาระหลักนี้แล้ว ยังมีการพัฒนาประเด็น “บทบาทภาคประชาสังคมในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนา” ควบคู่ไปในลักษณะของการขับเคลื่อนเชิงระบบ โดยจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาสังคม เพื่อร่วมกันยกร่าง ‘พิมพ์เขียว (Blueprint) ระบบการมีส่วนร่วมของประชาชน’ ในการกำหนดนโยบายสาธารณะของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมยกระดับเป็นนโยบายสาธารณะ หรือวาระในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งต่อไป

ทุกท่านสามารถติดตามรายละเอียดแบบลงลึกผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษ ๒ ประธานคณะทำงานพัฒนาประเด็นใน “นิตยสารสานพลัง” บทถัดไป


๒ ไฮไลต์ ‘ตลาดนัดนโยบาย’ กับการรวมพลังของคนรุ่นใหม่

อีกหนึ่งความน่าสนใจและเป็นไฮไลต์การปรับโฉมครั้งใหญ่ของงานปีนี้ คือการเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่จัด ‘ตลาดนัดนโยบายสาธารณะ’ (Policy Marketplace) ภายใต้สโลแกน “Show, Share, Connect” ที่ก้าวข้ามการจัดนิทรรศการแสดงผลงานความสำเร็จในอดีต หากแต่เป็นการเปิดเวที ‘ประชันไอเดียนโยบาย’ (Policy Pitching) เพื่อแสวงหาพันธมิตรและเครือข่ายยุทธศาสตร์ในการนำนโยบายไปขับเคลื่อนให้เกิดผลได้จริง โดยภายในงานจะถูกแบ่งออกเป็นโซนกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น โซนจับคู่ความร่วมมือระหว่างเจ้าของนโยบายกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, โซนเวิร์กช็อปออกแบบนโยบายด้วยเครื่องมือร่วมสมัย, โซนเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองท้าทายสไตล์ TED Talk ที่รองรับความเห็นแบบ Real-time ไปจนถึงการจัดพื้นที่นิทรรศการประวัติศาสตร์และสตูดิโอถ่ายทอดสดเพื่อสื่อสารนโยบายออกสู่สาธารณะในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน กระบวนการจัดงานในครั้งนี้ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผ่านกระบวนการ ‘สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่’ ซึ่งได้มีการกำหนดภาพอนาคตการดำเนินงานไว้ในระยะ ๓ ปี โดยปีนี้จะมีการจัดค่ายพัฒนาศักยภาพ (Policy Boot Camp) ใน ๕ ภูมิภาค ส่งเสริมให้เยาวชนลงมือปฏิบัติจริง ในการจับกระแสสังคม วิเคราะห์ปัญหา และสังเคราะห์ออกมาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ก่อนจะนำผลลัพธ์มาจัดเวทีสมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ ควบคู่ภายในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ “Youth Health Manifesto” และส่งต่อเสียงของคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบนโยบายระดับชาติต่อไป


ออกแบบ ‘มติ ๒ ชั้น’มุ่งดัน ‘นโยบายที่กินได้’

เบื้องหลังการจัดงานที่จะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค. ๒๕๖๙ นี้ คณะทำงานและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนได้ร่วมกันวางไทม์ไลน์การทำงานอย่างเข้มข้นและเป็นระบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยขณะนี้ได้ก้าวเข้าสู่ช่วงของการจัดทำร่างมติและแผนที่ทางเดิน (Roadmap) ก่อนจะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างมติในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นระดับชาติ (National Consultation) ในรูปแบบผสมผสานทั้งออนไซต์และออนไลน์ ในช่วงเดือน ก.ย. - ต.ค. ซึ่งจะเป็นการจัดเวทีทำความเข้าใจระดับภาคทั้ง ๔ ภาค ร่วมกับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด เพื่อกลั่นกรองและเติมเต็มเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ที่สุด

สำหรับมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในปีนี้ ยังได้มีการออกแบบมาตรฐานการจัดทำเอกสารมติรูปแบบใหม่ที่เป็น ‘มติสองชั้น’ (Double-decker Resolution) เพื่อให้มีทั้งส่วนข้อเสนอที่กระชับสำหรับผู้กำหนดนโยบาย และส่วนของแนวทางการขับเคลื่อนที่ชัดเจนสำหรับผู้ปฏิบัติ

การเตรียมงานที่ผ่านมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ กำลังจะกลายเป็นพื้นที่กลางที่เปิดกว้าง มีชีวิตชีวา และเข้าถึงง่าย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะแปลงภาษากฎหมายและเนื้อหาวิชาการที่ยาก ให้กลายเป็น ‘นโยบายที่กินได้จริง’ ตามเจตนารมณ์ เพื่อให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อมในการที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อนำพาสังคมไทย ไปสู่สังคมที่อยู่ดีและมีสุขภาวะอย่างยั่งยืนร่วมกัน

เช่นเดียวกับก่อนหน้า ทุกท่านสามารถพลิกเนื้อหาในหน้าถัดๆ ไป เพื่อเจาะลึกลงในรายละเอียดเพิ่มเติมได้อย่างจุใจ

แล้วพบกัน วันที่ ๒๘ – ๒๙ ต.ค. ๒๕๖๙ ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

NHCO Q&A