กระบวนการสมัชชาชาติไม่ใช่งานประชุมประจำปีเพียง สองสามวัน แต่เป็นกระบวนการตลอดทั้งปี ตั้งแต่การเสนอประเด็น การจัดทำข้อมูลวิชาการ การรับฟังความคิดเห็น การเจรจาหาฉันทมติ การรับรองมติ และการติดตามการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของทุกภาคส่วน เปิดพื้นที่ให้ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาควิชาชีพ ภาคเอกชน และองค์กรท้องถิ่น ร่วมกำหนดนโยบายอย่างเท่าเทียม ทุกฝ่ายมีโอกาสเสนอวาระ แสดงความคิดเห็น และร่วมร่างมติ เชื่อมพลัง ๓ ด้าน คือ พลังปัญญา (Evidence) พลังสังคม (Participation) พลังรัฐหรือการเมือง (Political Commitment) ทำให้นโยบายมีทั้งความน่าเชื่อถือและโอกาสนำไปปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จ อาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-informed Policy) ทุกประเด็นมีเอกสารวิชาการและข้อมูลสนับสนุน ใช้ฉันทมติ (Consensus) แทนการลงคะแนน มุ่งสร้างความเข้าใจร่วมและหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ลดความขัดแย้งและเพิ่มความเป็นเจ้าของร่วมของทุกภาคส่วน สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน (Interactive Learning) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเรียนรู้จากข้อมูล ประสบการณ์ และมุมมองที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระยะยาวมากกว่าการเจรจาเฉพาะครั้ง ทำให้ข้อเสนอจากพื้นที่สามารถสะท้อนสู่ระดับนโยบาย และนโยบายระดับชาตินำไปปรับใช้ในพื้นที่ได้
สมัชชาสุขภาพแห่งชาติเดินทางมาถึงปีที่ ๑๙ กำหนดจัดงานในวันที่ ๒๘-๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๙ นี้ ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิดหลัก “สังคมอยู่ดีมีพลัง: นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ซึ่งมี พญ.พรรณพิมล วิปุลากร เป็นประธาน ได้ร่วมกันพิจารณาคัดสรรพัฒนานโยบายสาธารณะ เป็นวาระหลักของปีนี้ ๒ เรื่อง
๑. การพัฒนาระบบนิเวศที่ส่งเสริมสุขภาวะของกลุ่มเริ่มต้นทำงานใหม่ มุ่งสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่แวดวงการทำงานหรือ First Jobber สามารถดำเนินชีวิตและประกอบการงานไปได้ ไม่ว่าในเรื่องของทักษะ รายได้ ค่าครองชีพ สุขภาพ สร้างสุขภาวะที่ดี (Well-being) ให้สามารถใช้ชีวิตและสร้างความมั่นคงได้ ท่ามกลางยุคการแข่งขันสูง ความต้องการจ้างงานลดลง
๒. การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้นจากแนวคิดของการใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบัน ที่พบว่าผู้คนเกิดความตึงเครียดสูง มีแนวโน้มการเผชิญปัญหาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่าธรรมชาติสามารถช่วยบำบัดและลดทอนความเครียดได้ เป้าหมายของระเบียบวาระนี้จึงมุ่งจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่อุทยาน ป่า ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวในเมือง เพื่อนำมาเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพในเชิงนโยบายระดับประเทศ
นอกจากนี้ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติปีนี้ มีอะไรใหม่ที่น่าสนใจอย่างมาก เช่น
· สมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ (National Youth Health Assembly) โดยร่วมกับยูนิเซฟ จัดกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะโดยคนรุ่นใหม่ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติหลายๆ ท่านได้ร่วมกระบวนการมาร่วมสองทศวรรษ ถึงเวลาขยายการมีส่วนร่วมสร้างคนรุ่นใหม่ ปีนี้ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่จัดสมัชชาชาติคู่ขนานไปด้วยกัน คนรุ่นใหม่เป็นทั้งเจ้าภาพ เจ้าของ ออกแบบ จัดกระบวนการด้วยตัวเอง จัดทำข้อเสนอ พัฒนานโยบาย ให้คนรุ่นใหม่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้านนโยบาย สร้างเครือข่ายนักพัฒนานโยบายสุขภาวะรุ่นใหม่ ร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศชาติต่อไป
· ตลาดนัดนโยบาย พื้นที่สร้างสรรค์และเวทีกลางในการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน องค์กร และพรรคการเมือง ได้นำเสนอนโยบายสาธารณะ พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น SHOW & SHARE นำเสนอสิ่งดีๆจากพื้นที่ รูปธรรมการนำนโยบายไปปฏิบัติ
· การสื่อสารนโยบาย เปลี่ยนการเขียนนโยบายให้ทุกคนอ่านได้ อ่านง่ายเข้าใจง่ายกว่าเดิม ไม่เป็นศัพท์ภาษาเฉพาะที่เข้าใจยาก เป็นทั้งเอกสารที่ดีและนโยบายที่ดี สื่อสาร สร้างความเข้าใจ เคลื่อนไหวสังคมได้
· เวทีวิชาการ ไม่พลาดเรื่องสำคัญ ทันกับโรคและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ขอบคุณคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) อนุกรรมการสนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ คณะทำงานชุดต่างๆ ที่ได้ร่วมกันเสียสละทุ่มเทเวลาและสรรพกำลังกายใจสติปัญญา เตรียมการจัดงานสมัชชาปีนี้
เชื่อมั่นว่าสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ จะเป็นเวทีที่มีความหมาย มีพลัง มีส่วนร่วม สามารถรับรู้ สัมผัสได้ด้วยหัวใจ ดังธีมของงาน “สังคมอยู่ดีมีพลัง นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” พื้นที่กลางที่ทุกคนสามารถมาร่วมกัน แสดงความเห็นแตกต่างหลากหลายได้อย่างสมานฉันท์ กัลยาณมิตร แล้วมาพบกันให้ได้นะครับ


