จากการแพทย์-สุขภาพ สู่นิยามใหม่ของ 'สุขภาวะ'


VIEW: 191   SHARE: 0     11-01-2026

"นวัตกรรมทางสังคมจะมีความสำคัญในอนาคต เพราะเป็นเครื่องมือที่จะขับเคลื่อนให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้คน ธรรมชาติ และสังคม ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาวะของประชาชนแบบองค์รวม เป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากกว่านวัตกรรมทางเทคโนโลยี" ศ.นพ.ประเวศ วะสี เน้นย้ำถึงความสำคัญให้ทุกคนเข้าใจ

จากการแพทย์-สุขภาพ สู่นิยามใหม่ของ 'สุขภาวะ'

สำหรับการพัฒนาการแพทย์ของประเทศไทย ศ.นพ.ประเวศ ได้ให้นิยามว่าเป็นมหากาพย์แห่งการสาธารณสุขและสุขภาพของไทย โดยได้เล่าย้อนกลับไปถึงในปี 2431 ที่เกิดการแพทย์ในประเทศ มีการสร้างโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นการแพทย์สมัยใหม่ ก่อนที่อีก 50 ปีต่อมา จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2485 ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และเริ่มมีโครงสร้างบริการสุขภาพตามมา

"ผมอายุ 10 ขวบ อยู่โรงเรียนต่างจังหวัด ทั้งจังหวัดไม่มีแพทย์เลย ใครเป็นไข้ตีกินก็เสียชีวิตเลย นั่นคือสภาพการณ์ในปี 2485" ศ.นพ.ประเวศ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2535 ได้เกิดกระบวนการคิดการมองเป็น "ระบบสุขภาพ" ที่จะทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีอย่างถ้วนหน้า เกิดการวิจัยระบบสาธารณสุข เกิดโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอำเภอทุกแห่ง รวมทั้งมีสถาบันการวิจัยที่เป็นสมัยใหม่มากขึ้น

"ในขณะนั้นมีการให้ความหมายสุขภาพกันใหม่ว่า สุขภาพไม่ได้หมายถึงเรื่องของร่างกาย อาการเจ็บป่วย หรือหาหมอยาหยูกยาเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงสุขภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา เพื่อดึงให้ทุกฝ่ายมาเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายการศึกษา การปกครอง การเมือง หรือเรียกได้ว่าสุขภาพคือทั้งหมด" ศ.นพ.ประเวศ อธิบาย

ขณะเดียวกัน ศ.นพ.ประเวศ ได้อ้างอิงต่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ได้ระบุถึง 5 ปัจจัยหลักเพื่อสุขภาพที่ดีถ้วนหน้า ซึ่งผ่านการคิดร่วมกันจากทั่วโลก คือ 1. พฤติกรรมสุขภาพที่ดี 2. สิ่งแวดล้อมที่ดี 3. ชุมชนเข้มแข็ง 4. ระบบบริการสุขภาพที่ดี และ 5. นโยบายสาธารณะที่ดี

ในส่วนของปัจจัยข้อที่ 5 นี้เอง ที่อาจเป็นเรื่องยากที่สุดของปัจจัยเพื่อสุขภาพที่ดีถ้วนหน้า เพราะการทำนโยบายสาธารณะนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็น "ปัญญาสูงสุดของชาติ" อันเป็นการกำหนดทิศทางของประเทศ ซึ่งหากทำได้ดีก็คือ "วัฒนะ" แต่หากนโยบายไม่ดีก็คือ "หายนะ" และบทเรียนจากหลายประเทศก็เคยสะท้อนมาให้เราเห็นแล้วว่า การล่มสลายเนื่องจากสงครามหรือการล่มละลายทางเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากนโยบายที่กำหนดประเทศ

"สช. จึงเกิดขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ตรงนี้ โดยตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา สช. ได้จัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี อันเป็นกระบวนการที่นำพาให้คนทุกภาคส่วน มาสังเคราะห์นโยบาย และมีมติร่วมกัน อันเป็นการเริ่มสร้างนโยบายจากประชาชน และคิดว่าประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกที่ทำเรื่องนี้ ซึ่งเป็นกระบวนการทางปัญญาของสังคม ที่จะทำให้แก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง เพราะเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน" ศ.นพ.ประเวศ ฉายภาพ

 

รวมพลังภาคี 'สร้างสังคมสุขภาวะ' คือสิ่งสูงสุดของมนุษย์

ศ.นพ.ประเวศ กล่าวไปถึงความหมายของคำว่า "ภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ" ซึ่งจะพบว่าเป็นคำที่มีความหมายยิ่งใหญ่ เป็นสิ่งสูงสุดของมนุษยชาติ ที่หมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและมีความเป็นธรรมอย่างถูกต้อง โดยคำว่าภาคีสังคมสุขภาวะนี้เอง จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะสร้างประเทศ และสร้างโลก เพื่อให้ทุกพื้นที่เรียกว่าเป็น "แผ่นดินสันติสุข" คือการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมในทุกมิติ

"สังคมสุขภาวะ คือ สิ่งสูงสุดของมนุษย์ ในอนาคตจะต้องใช้หลักการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ระหว่างคนและธรรมชาติแวดล้อม ซึ่งอยู่อย่างเป็นธรรมในสังคม" ศ.นพ.ประเวศ ให้คำจำกัดความ

ราษฎรอาวุโส ท่านนี้วิเคราะห์อีกว่า ปัญหาใหญ่ของทั้งโลกในปัจจุบันพบว่ามีความขัดแย้ง ขาดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมดุล ส่งผลให้เสียความสมดุลอย่างรุนแรงในทุกมิติ ทั้งเรื่องธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งสาเหตุมาจากทั้งโลกไม่ได้เห็นความสำคัญของสังคมสุขภาวะ หรือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขเป็นเป้าหมาย แต่กลับใช้หลักความมั่งคั่ง ร่ำรวย เป็นตัวกำหนดทิศทางอนาคต

"หลายประเทศในโลกมีแนวทางพัฒนาประเทศด้วยความมั่งคั่ง ไม่ได้เอาความสมดุลของการอยู่ร่วมกันมาเป็นที่ตั้ง อย่างเช่นสหรัฐอเมริกา มีความขัดแย้งเกิดขึ้นเพราะเกิดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแค่ 1% ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เกิดการแบ่งขั้วอย่างรุนแรง เสี่ยงต่อการเกิดสงครามกลางเมือง" ศ.นพ.ประเวศ ระบุ

ในส่วนของประเทศไทย ศ.นพ.ประเวศ มองว่าอีกดักหนึ่งที่ทำให้ประเทศยังทำอะไรไม่สำเร็จ อาจเนื่องมาจากวิธีคิด ด้วยปัจจุบันเราขาดการคิดในเชิงระบบและโครงสร้าง ซึ่งมหาวิทยาลัยทั่วประเทศควรสร้างพลังปัญญาที่สำคัญให้กับนักศึกษา เพราะที่ผ่านมาเราเน้นด้านเทคนิค แต่ยังขาดการคิดเชิงระบบและการจัดการ ที่จะเป็นหัวใจของการวางระบบในการแก้ไขปัญหาของสังคม โดยเฉพาะมิติทางสุขภาวะ ที่จะรู้ถึงโครงสร้างของปัญหา เครื่องมือ และวัตถุประสงค์ของสิ่งที่จะพัฒนาเพื่อองค์รวม

ศ.นพ.ประเวศ ยังกล่าวด้วยว่า การมาร่วมกันสร้างองค์รวมของระบบสุขภาพ จะช่วยสร้างให้เกิดคุณสมบัติใหม่ที่มหัศจรรย์ จึงอยากฝาก สช. และสังคม ให้มาร่วมกันเป็นภาคีเครือข่ายสร้างสังคมสุขภาวะ ที่จะช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพสังคม และสุขภาพทางปัญญา ของพวกเราทุกคนดียิ่งขึ้น อันจะทำให้องค์รวมของสุขภาพดีตามไปด้วย และทำให้แผ่นดินไทยกลายเป็นแผ่นดินสันติสุข

"ที่ผ่านมาเราลงทุนสร้างระบบเพื่อนำไปสู่สังคมสุขภาวะกันมามากแล้ว เหมือนกับการหว่านพืชกันไว้ ถึงเวลาที่พวกเราควรเข้ามาเก็บเกี่ยว เข้ามาเป็นภาคีเครือข่าย ต่อยอดให้เป็นสุขภาพองค์รวมอย่างทุกมิติ ด้วยการมาร่วมสร้างสังคมสุขภาวะให้เกิดขึ้นได้จริง และมีความยั่งยืน ซึ่งต้องฝาก สช. และทุกคนในประเทศไทยเพราะเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ในการสร้างสังคมสุขภาวะให้ประเทศไทยเป็นแผ่นดินสันติสุขอย่างแท้จริง" ศ.นพ.ประเวศ แสดงโอวาททิ้งท้าย

NHCO Q&A