
เขตสุขภาพเพื่อประชาชนจัดตั้งขึ้นตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งเขตสุขภาพเพื่อประชาชน พ.ศ. ๒๕๕๙
เขตสุขภาพเพื่อประชาชน หมายความว่า เขตพื้นที่สำหรับดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสุขภาพให้เกิดการบูรณาการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมและให้เกิดความสอดคล้องต่อความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชน ครอบครัว ชุมชน
ในแต่ละเขตสุขภาพเพื่อประชาชน ให้มีคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน ย่อว่า “กขป.” มาจากผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานรัฐ ๑๗ ผู้ทรงคุณวุฒิและวิชาชีพ ๑๑ ภาคเอกชนและประชาสังคม ๑๗ เลขานุการร่วม ๔ มาจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
แต่ละเขตประกอบด้วย ๔-๘ จังหวัด จำนวน ๑๒ เขต รวมกรุงเทพมหานครเป็นเขตที่ ๑๓ ซึ่งเป็นพื้นที่ตรงกันกับเขตสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข
กขป.สองชุดที่ผ่านมาได้ดำเนินงานในพื้นที่ มีผลสำเร็จมากน้อยแตกต่างกันบ้างในแต่ละเขต ในการสรรหา กขป.ชุดที่ ๓ ได้รับความสนใจจำนวนมากหลากหลาย มีผู้คนสนใจด้านสุขภาพและการทำงานเพื่อสังคมเพื่อเพื่อนมนุษย์เพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ได้ประธาน รองประธาน และกรรมการ ที่มีศักยภาพมีสมรรถนะสูง มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีเครือข่ายทำงานด้วยจำนวนมาก กขป.ชุดปัจจุบันมีวาระ ๔ ปี ตั้งแต่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ - ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๗๒
นพ.อำพล จินดาวัฒนะ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งก่อตั้ง กขป.ขึ้นมา กล่าวไว้ว่า “กขป.” เป็น “กลไกพหุภาคี” ทำหน้าที่สานพลังทุกภาคส่วน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพื่อเพิ่มพลังการทำงานให้สำเร็จร่วมกัน มีเลขานุการร่วม ๔ หน่วย คือ กสธ., สปสช., สสส., และ สช.
“กขป.” ทำหน้าที่เป็น “ช่างเชื่อม” ไม่ใช่ “ช่างทำ” กขป. มีหัวใจ ๔ ห้อง ประกอบด้วย
๑. ต้องมีศรัทธาต่อการทำงานในลักษณะเป็น “ผู้สานพลัง” โดยไม่มีอำนาจสั่งการ/บังคับ ไม่มีอำนาจทางงบประมาณ ไม่มีอำนาจแข็งเหมือนหน่วยงานองค์กรใดๆ
๒. ต้องใช้ข้อมูล ความรู้ เป็นสติปัญญา เป็นพลังอำนาจในการทำงานให้ได้อย่างเฉลียวฉลาด
๓. ต้องมี “ภาคี” การทำงานในระดับ “การเป็นหุ้นส่วน” เพื่อรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ เสริมพลัง ยกระดับการทำงานของกันและกันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ควรเป็นแค่การประชุม หรือการเป็นเครือข่ายอย่างหลวมๆ
๔. ต้องมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ จริงจัง และต่อเนื่อง ซึ่งกระบวนการนี้จะเป็นทั้งการเสริมพลังกันและกัน และทำให้งานสำเร็จด้วยดี
“๔ ช.” : เชื่อมทุกภาคส่วน เพื่อรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ ให้เกิดการ แชร์ข้อมูล องค์ความรู้ ทรัพยากร ความรู้สึกร่วม ความเป็นเจ้าของร่วม เชียร์ ให้เกิดกำลังใจร่วม เห็นความสำคัญของการสานพลังทำงานร่วมกันด้วยมุมมองเชิงบวก ไม่มองแง่ร้าย ว่าร้าย ตำหนิ โจมตี เรียกร้อง กดดัน และช่วยสานเสริมเติมพลังกันและกันในทุกมิติ
กขป.ชุดใหม่ ๔ เลขาร่วมจาก ๔ หน่วยงาน ทั้ง สธ. สสส. สปสช. สช. มีความเข้มแข็งสานพลังทำงานร่วมกันได้มากขึ้น มีเจตจำนงร่วมกัน มีเป้าหมายร่วม มียุทธศาสตร์ร่วม ผู้บริหารทั้ง ๔ หน่วยงานพร้อมใจกันให้การสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ และพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อน (data driven policy) ในพื้นที่ ขณะเดียวกันในพื้นที่ก็มีทรัพยากร มีองค์กร มีเครือข่ายอีกจำนวนมาก ให้ ๔ เลขาร่วมและ กขป. ไปชวนมาทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่เดินไปด้วยกัน หาเพื่อนร่วมทำ ไปช่วยเพื่อนทำ ดีกว่าต่างคนต่างทำ กขป. ไม่ใช่ของ สช. แต่เป็นของทั้ง ๔ หน่วยงาน และหน่วยงานหรือเครือข่ายต่างๆ ก็มาเป็นเจ้าของ มาร่วมใช้ด้วยกันได้
กขป. ต้องเดินสองขา ขาหนึ่งพัฒนาแก้ปัญหาสุขภาพ อีกขาสร้างคน สร้างเครือข่าย สานพลังทำงานร่วมกันให้มากขึ้น
ในอีก ๔ ปีข้างหน้าเชื่อมั่นว่ากลไก กขป. กับการบูรณาการทำงานในพื้นที่เกิดขึ้นได้จริง สามารถร่วมกันพัฒนาสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ให้เกิดดี เติบโตดี อยู่ดี ทำงานดี แก่ดี ตายดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ขณะเดียวกันสร้างเครือข่ายคนทำงานในพื้นที่ให้เพิ่มมากขึ้นทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ สานพลัง สร้างสังคมสุขภาวะให้เต็มพื้นที่ประเทศไทย


