เปิดฉากเวที ‘HIA Forum 2026’ ภาคีทั่วปท.ร่วมเรียนรู้กลไกประเมินผลกระทบ มุ่งสร้างสมดุลสุขภาพ-อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ


image

สช.-กรมอนามัย-ม.บูรพา พร้อมภาคีเครือข่ายร่วมผนึกกำลัง เปิดงาน “HIA Forum 2026” เวทีกลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการประเมินผลกระทบสุขภาพ ชูแนวคิด “อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” มุ่งสร้างสมดุลการพัฒนาเศรษฐกิจ ควบคู่อนาคตระบบสุขภาพ-สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ท่ามกลางยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “นพ.สุเทพ” ประกาศโจทย์ใหญ่ มุ่งยกระดับ HIA จากการประเมินฯ ไปสู่ “ระบบเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพ” ที่ทำงานได้จริงและยั่งยืน พร้อมสานพลังท้องถิ่นเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ

27 ส.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมเปิดการประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ พ.ศ. 2569 (HIA Forum 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ประเด็นหลัก “สร้างอนาคตสุขภาพที่ยั่งยืนในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: การบูรณาการ HIA กับเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” ระหว่างวันที่ 27-28 ส.ค. 2569 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี โดยมีภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศกว่า 1,200 คน ให้ความสนใจเข้าร่วม

สำหรับการประชุมวิชาการ HIA Forum 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ด้วยความร่วมมือระหว่าง สช. หน่วยงานภาคี และเครือข่ายสถาบันวิชาการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA Consortium) ทั้ง 6 ภูมิภาค เพื่อเป็นเวทีกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment: HIA) ระหว่างนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ปฏิบัติงานจากหลากหลายภาคส่วน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ HIA ให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกลไก HIA ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายอย่างยิ่ง เราเป็นทั้งพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ พื้นที่ อุตสาหกรรม เมืองท่องเที่ยว เมืองชายฝั่ง พื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนเป็นชุมชนที่มีประชาชนจากหลากหลายพื้นที่ เข้ามาอยู่อาศัยและประกอบอาชีพ ความหลากหลายดังกล่าวถือเป็นศักยภาพสำคัญของจังหวัด แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การบริหารจัดการ พื้นที่ของชลบุรีมีโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น การตัดสินใจด้านการพัฒนาในเรื่องหนึ่ง อาจเชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และที่สำคัญคือ สุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน 

ดังนั้น สำหรับจังหวัดชลบุรี คำว่า “การพัฒนา” จึงไม่ควรหมายถึงเพียงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การลงทุน หรือโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ต้องหมายถึงการพัฒนาที่ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่ได้อย่างมีคุณภาพ มีความมั่นคง และมีสุขภาวะที่ดีควบคู่กันไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ความรู้และข้อเสนอจาก HIA Forum 2026 จะสามารถเชื่อมต่อไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ทั้งในระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และสถานประกอบการ เพื่อให้การพัฒนาของชลบุรีและพื้นที่ภาคตะวันออก

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษ “พลังเครือข่าย HIA: ก้าวสู่ระบบและกลไกการเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน” ระบุตอนหนึ่งว่า HIA เป็นเครื่องมือที่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่ต้องการให้เป็นเครื่องมือของสังคม ในการทำให้ทุกการตัดสินใจเพื่อการพัฒนา คำนึงถึงสุขภาวะของประชาชนอย่างรอบด้าน โดยมี สช. ทำหน้าที่วางระบบและกลไกเป็นพื้นที่กลางให้ทุกฝ่ายได้มาทำงานร่วมกัน ขณะเดียวกัน สธ. ก็ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศเพื่อขับเคลื่อนงานลงสู่พื้นที่ หรือ ม.บูรพา ในฐานะหนึ่งในเครือข่ายศูนย์วิชาการ HIA ก็เป็นฐานความรู้และกำลังหลักในระดับภูมิภาค ดังนั้นทั้งสามบทบาทนี้จึงล้วนมีความสำคัญ และต้องประกอบเข้าด้วยกันเพื่อให้ระบบ HIA ของประเทศเดินหน้าได้จริง

นพ.สุเทพ กล่าวว่า ตลอดเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถพัฒนา HIA มาได้ไกลพอสมควร โดยมีกฎหมายรองรับ มีหลักเกณฑ์การประเมินถึงฉบับที่ 3 มีเครือข่ายวิชาการทุกภูมิภาค และมีชุมชนจำนวนมากที่ทำการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพโดยชุมชน (CHIA) ด้วยตนเอง แต่ความเข้มแข็งทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงก่อนตัดสินใจ แต่หลังจากที่โครงการถูกเดินหน้าไปแล้ว ระบบการมีส่วนร่วมเหล่านี้กลับบางลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ปัญหาสุขภาพในหลายพื้นที่ล้วนอยู่ในช่วงหลังตัดสินใจ โจทย์ใหญ่ในวันนี้จึงเป็นการที่เราจะยกระดับ HIA จากการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ไปสู่ระบบเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพ ที่ทำงานได้จริงและยั่งยืนได้อย่างไร

เลขาธิการ คสช. กล่าวว่า ความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ประชาชนไทยเผชิญอยู่ในวันนี้ สรุปออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ 1. ความเสี่ยงแบบสะสม เพราะประชาชนในพื้นที่อุตสาหกรรมไม่ได้อยู่กับโครงการเดียว แต่อยู่ท่ามกลางโครงการนับร้อยที่ทยอยเกิดขึ้นตลอดสามสิบปี แม้แต่ละโครงการอาจผ่านเกณฑ์ แต่ผลรวมที่ตกอยู่กับร่างกายคนไม่เคยมีใครประเมินไว้ 2. ความเสี่ยงข้ามพรมแดน มลภาวะข้ามประเทศที่อยู่นอกอำนาจอธิปไตยของเรา ไม่สามารถใช้เครื่องมือประเมินรายโครงการตอบโจทย์ได้ 3. ความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปตามเวลา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ค่าที่เคยถือว่าปกติ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป การประเมินครั้งเดียวจบจึงมีอายุการใช้งานสั้นลงเรื่อยๆ

“การประเมินเพียงครั้งเดียวก่อนตัดสินใจ จึงไม่เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงเหล่านี้อีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่ประเทศต้องมีเพิ่มขึ้น คือระบบเฝ้าระวังที่เตือนได้ล่วงหน้า เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกันได้ และนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายได้ทันเวลา หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง สิ่งที่เรามีก็เป็นเพียงการเก็บข้อมูล ไม่ใช่การเฝ้าระวัง และหนึ่งในกลไกที่จะชี้ขาดอนาคตของงาน HIA ได้มากที่สุด คือ อปท. ซึ่งเป็นหน่วยตัดสินใจที่ใกล้ประชาชนที่สุด เป็นผู้ออกข้อบัญญัติ เป็นผู้อนุญาต และเป็นผู้วางผัง ดังนั้นถ้าเราทำให้ HIA เป็นเครื่องมือปกติในมือของท้องถิ่นได้ เราก็จะได้ระบบเฝ้าระวังที่ครอบคลุมทั้งประเทศ” นพ.สุเทพ กล่าว

ขณะที่ นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย สธ. กล่าวว่า หัวข้อของ HIA Forum ในครั้งนี้สะท้อนโจทย์สำคัญของการพัฒนาประเทศในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง และการพัฒนาอุตสาหกรรม ล้วนก่อให้เกิดทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน ดังนั้นการพัฒนาไม่อาจพิจารณาเฉพาะมิติทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน หรือสิ่งแวดล้อมเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ต้องนำสุขภาพของประชาชนไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจ

นพ.นเรศฤทธิ์ กล่าวว่า กรมอนามัย ได้ส่งเสริมการใช้ HIA ในระดับท้องถิ่น ผ่านการขับเคลื่อน “เมืองสุขภาพดี” หรือ Healthy City เพื่อให้ อปท. สามารถบูรณาการเรื่องสุขภาพเข้าไปในนโยบาย การบริหารจัดการเมือง และจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพในระดับพื้นที่ โดยในปีงบประมาณ 2569 ได้กำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อน อปท. จำนวน 777 แห่ง ซึ่งจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้สามารถขับเคลื่อน อปท. ได้ 935 แห่ง หรือคิดเป็นมากกว่า 120% ของเป้าหมาย โดยมี อปท. ที่ได้รับการรับรองเป็นเมืองสุขภาพดีในปีนี้ จำนวนทั้งสิ้น 375 แห่ง เวที HIA Forum ในครั้งนี้จึงยังได้จัดให้มีพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นการยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจแก่ อปท. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเมืองสุขภาพดี ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของ HIA

รศ. ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.บูรพา ในฐานะศูนย์วิชาการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ภาคตะวันออก ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัด HIA Forum ในปีนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัย ซึ่งแนวคิดของการประชุมในปีนี้ ที่ว่าด้วยการสร้างอนาคตสุขภาพที่ยั่งยืนในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบูรณาการ HIA สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ นั้นเป็นโจทย์ที่เกิดขึ้นจริง ณ ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรม การขยายตัวของเมือง ระบบนิเวศชายฝั่ง และวิถีชีวิตของผู้คน ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทุกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ จึงส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว

“ม.บูรพา ในฐานะมหาวิทยาลัยหลักของภาคตะวันออก จึงถือเป็นพันธกิจสำคัญที่จะต้องทำหน้าที่เป็นแหล่งความรู้และเป็นพื้นที่กลางทางวิชาการ ที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม อปท. ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ตั้งอยู่บนฐานของข้อมูล หลักฐานเชิงประจักษ์ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง” อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าว

ด้าน รศ. ดร.โกวิท สุวรรณหงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า เวที HIA Forum 2026 ครั้งนี้ ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Shaping Sustainable Health Futures in the Era of Climate Change: Integrating HIA in Eco-Industrial Town” หรือ “สร้างอนาคตสุขภาพที่ยั่งยืนในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: การบูรณาการ HIA กับเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” ซึ่งมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การประเมินผลกระทบสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายและการบริหารจัดการเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน การพัฒนาและการปรับตัวของระบบสาธารณสุข เทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องมือด้าน HIA วิสัยทัศน์อนาคตและการสร้างสังคมสุขภาพยั่งยืน รวมถึงอุตสาหกรรมสีเขียวและโรงงานเชิงนิเวศ

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงาน HIA Forum 2026 ตลอดสองวัน ประกอบด้วยการปาฐกถาพิเศษ การเสวนาและบรรยายหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจจากผู้ทรงคุณวุฒิ มีการนำเสนอผลงานวิชาการด้าน HIA รวม 94 ผลงาน การจัดนิทรรศการแสดงองค์ความรู้ นวัตกรรม และการดำเนินงานจากภาคีเครือข่าย รวมถึงการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรต่างๆ โดยการจัดงานครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากกิจกรรม (Event Carbon Footprint) เพื่อสะท้อนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของการจัดประชุม และเป็นข้อมูลสำหรับการพัฒนาแนวทางการจัดงานที่ยั่งยืนในอนาคต 

 

NHCO Q&A