⏰พลังภาคี ! ม.อุบลฯ x สช. x อบจ.อำนาจเจริญxสสส ผนึกกำลังยกระดับสุขภาพปฐมภูมิท้องถิ่น💯


อำนาจเจริญโมเดล: เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ขุนพลด้านสุขภาพ สังคม และวิชาการร่วมผนึกกำลังวางรากฐาน "ระบบสุขภาพปฐมภูมิท้องถิ่น" เพื่อยกระดับบทบาท อบจ. จัดทำบริการสาธารณะด้านสุขภาพ เพื่อแก้ไขวิกฤตโรคเรื้อรัง (ไต-เบาหวาน) ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2.2 เท่า

ทีม สช. นำโดย นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ ที่ปรึกษาสช., นางสาวปรานอม โอสาร หัวหน้าศูนย์วิชาการนโยบายระบบสุขภาพท้องถิ่น ศสท. และนางสาวนภาพร แจ่มทับทิม จนท. สช.อ. เข้าพบคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และอบจ.อำนาจเจริญ เพื่อหารือเชิงนโยบายการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบสุขภาพท้องถิ่น และเตรียมความพร้อมโครงการวิจัยด้านการยกระดับขีดความสามารถและการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. สำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ (สำนัก 7)
ศ.ทวนทอง จุฑาเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมกล่าวว่า ม.อุบลฯ เน้นย้ำจุดแข็งการเป็น “มหาวิทยาลัยสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” ที่มีองค์ความรู้ครอบคลุมทุกศาสตร์ ทั้งวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ในที่ประชุม มหาวิทยาลัยได้นำเสนอ 6 กลุ่มยุทธศาสตร์วิจัยหลัก ที่พร้อมเป็นฐานข้อมูลสำคัญให้แก่ท้องถิ่น เช่น ความมั่นคงทางสุขภาพ, นวัตกรรมเกษตรและอาหาร, วัสดุและพลังงานสะอาด, การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจสร้างสรรค์



นางสาวจริญาภรณ์ การินทร์ พนักงานผู้สูงอายุทรงคุณวุฒิ เฉพาะทางด้านบริหารท้องถิ่นพร้อมด้วยนายปริญ อิทุรัตน์ รองปลัด อบจ. รักษาราชการแทน ปลัด อบจ.อำนาจเจริญ นพ. สุเมธ แสงอ่อน รอง นพ. สสจ. อำนาจเจริญ พร้อมภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ สมัชชาสุขภาพจังหวัด, ผอ. รพช. บุคลากร รพ.สต. นำร่อง ท้องถิ่นจังหวัด พมจ. ร่วมประชุมในช่วงบ่ายที่อบจ. พร้อมกล่าวถึงกรอบแนวทางการสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถท้องถิ่นและนวัตกรรมสุขภาพปฐมภูมิและวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะปัจจุบัน อบจ.อำนาจเจริญ รับโอน รพ.สต. มาแล้ว 100% (77 แห่ง) จึงพร้อมยกระดับบทบาทการจัดทำบริการสาธารณะด้านสุขภาพอย่างเต็มที่ให้กับประชาชนคนอำนาจเจริญ

วิกฤตที่ต้องเร่งแก้ (Data-Driven) ด้าน ดร.พิสมัย ศรีเนตร และทีมนักวิจัย ม.อุบลราชธานี ชี้ว่าชาวอำนาจเจริญมีภาวะ โรคซับซ้อนสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ 2.2 เท่า โดยเฉพาะโรคไตและเบาหวาน อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงถึง 14.06% จึงนำร่องใช้กระบวนการวิจัย (PAR)เจาะลึก 2 พื้นที่เสี่ยงสูง
👉รพ.สต. สร้างถ่อน้อย (อ.หัวตะพาน): เป็นตัวแทน รพ.สต. ขนาดกลางที่เผชิญวิกฤตโรคไตมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึง 32.1% (สูงที่สุดในอำเภอ) โดย 1 ใน 3 ต้องพึ่งพาบริการปฐมภูมิ พบภาวะโรคไตเรื้อรัง (CKD) 5.1% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัดถึง 6 เท่า มีดัชนีโรคร่วมสะสม (CCI Score) สูงถึง 630.0
👉รพ.สต. บ้านศาลา (อ.ลืออำนาจ): เป็นตัวแทน รพ.สต. ขนาดเล็กที่มีปัญหาเบาหวานซ่อนเร้น มีสัดส่วนผู้ป่วยเบาหวาน (DM) 7.4% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัด (6.0%) ท่ามกลางภาพรวมการคัดกรองที่ยังต่ำ
มีดัชนีโรคร่วมสะสม (CCI Score) อยู่ที่ 623.2 มีสัดส่วนผู้สูงอายุ 23.2% และความดันโลหิตสูง 6.2
✍แนวทางการขับเคลื่อน
บูรณาการหน่วยงาน: ผนึกกำลังทั้งระดับประเทศและพื้นที่ เช่นอบจ.อำนาจเจริญ, ม.อุบลฯ, สสจ., สปสช. เขต 10, พมจ., สช., สสส., สถจ. และ ม.มหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ พร้อมด้วย 9 หน่วยงานภาคีอาสา
🏅ก้าวต่อไปสู่ผลลัพธ์รูปธรรม
เตรียมลงนาม MOU 2 ฉบับ เพื่อภายใต้โครงการวิจัยและขับเคลื่อนแผนพัฒนาสุขภาพชุมชนและท้องถิ่นที่พึงประสงค์ระยะยาว (3-5 ปี) พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งให้ทีมนักวิจัยและสมัชชาสุขภาพจังหวัด นำเสนอความคืบหน้าต่อผู้บริหารอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม "จากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง ให้กลายเป็น "นวัตกรรมกินได้" ที่ช่วยให้ชาวอำนาจเจริญมีอายุยืนยาวและสุขภาพดีอย่างแท้จริง


#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี #สช #ศสท #อบจอำนาจเจริญ #สปสช #สสส #นวัตกรรมสุขภาพ #มหิดล #สุขภาพปฐมภูมิ #ยกระดับคุณภาพชีวิต #MOUสุขภาพ #วิจัยเพื่อชุมชน #พลังภาคีเครือข่าย


