
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธุ์ 2569 ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายด้านสุขภาวะ การรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ กับบทบาทมหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนา กับชุมชนโดยรอบ ภายใต้การนำอันทรงพลังของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (
#มมร.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (
#สสส.), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (
#สปสช.), สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กระทรวงสาธารณสุข, กรมอนามัย, โรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์, กรมการศาสนา, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และภาคเอกชน (ลูกอมแฮ็คส์) ในนามคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ได้ร่วมจัด
#เวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ระดับพื้นที่ ในมิติมหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนาขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องประชุมคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร). จังหวัดนครปฐม เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนมุ่งสู่อนาคตที่ “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนในสังคมไทย

พระราชวินัยวชิรเมธี, ดร. รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กล่าวปาฐกถาว่า “เวทีในครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดให้คณะสงฆ์และฆราวาสร่วมกันดูแลสุขภาพพระสงฆ์ให้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งกาย จิต สังคม ปัญญา ด้วยยุทธศาสตร์ ‘ทางธรรมนำทางโลก’ เพื่อส่งเสริมและสร้างความรอบรู้สุขภาพให้ดีขึ้น โดยมีพระคิลานุปัฏฐากดูแลภิกษุอาพาธ และพัฒนาวัดให้มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ เพื่อ ‘พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข’ ซึ่งนี่คือโอกาสในการวางรากฐานความมั่นคงด้านสุขภาพให้ยั่งยืนต่อไป”

นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ประธานกรรมการขับเคลื่อนฯ (ฝ่ายคฤหัสถ์) กล่าวว่า “นับตั้งแต่ปี 2560 วันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แห่งการผนึกกำลังบวร (บ้าน-วัด-รัฐ) ร่วมชูยุทธศาสตร์ ‘ทางธรรมนำทางโลก’ พลิกโฉมให้วัดทั่วแผ่นดินเป็นศูนย์กลางสุขภาวะที่มั่นคง มุ่งเสริมพลังกลไกพื้นที่ และสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้นำด้านสุขภาวะ เพื่อให้พระสงฆ์พึ่งพาตัวเองได้ตามหลักพระธรรมวินัย นำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือ ‘พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข’ ”
ยุทธศาสตร์ 2569-2575 : หมุดหมายใหม่สู่ความยั่งยืน

ิ แผนปฏิบัติการเพื่อการขับเคลื่อนขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ (พ.ศ.2569-2575) โดยการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มียุทธศาสตร์สำคัญ 5 เรื่อง ประกอบด้วย

การเสริมสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพอย่างเท่าทัน ให้พระสงฆ์ดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย และควบคุมป้องกันโรคอย่างเท่าทัน

การเสริมสร้างสังคมสุขภาวะ และพัฒนานิเวศสุขภาพวัดที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนบนฐานการมีส่วนร่วมระหว่างวัดและชุมชน

การดูแลสุขภาพ และการฟื้นฟูสุขภาพพระสงฆ์อาพาธแบบองค์รวม สะดวก ปลอดภัย ไร้รอยต่อ อย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง มีคุณภาพและเป็นไปตามพระธรรมวินัย

การพัฒนาบุคลากร การจัดการความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรมการดูแลสุขภาพพระสงฆ์

การบริหารธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ และการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติทั่วทั้งประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นพ.ประจักษวิช เล็บนาค กรรมการขับเคลื่อนฯ ยังได้กล่าวเน้นย้ำว่า “แผนปฏิบัติการปี 2569-2575 เป็นแผนการดูแลสุขภาพพระสงฆ์และชุมชนในระยะยาว เพื่อให้บรรลุหมุดหมาย 'พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข'

พระแข็งแรง: การตรวจสุขภาพเชิงรุกและระบบสารสนเทศข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ทั่วประเทศ

วัดมั่นคง: การพัฒนา “กุฏิชีวาภิบาล” และศูนย์พุทธวิธีดูแลพระสงฆ์อาพาธ เช่น ตัวอย่างความสำเร็จจากวัดทองเนียม และวัดป่าโนนสะอาด

ชุมชนเป็นสุข: การผสานพลัง “Mapping & Collaboration” บวร (บ้าน-รัฐ-ราชการ) โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง
ซึ่งไม่ใช่แค่การดูแลพระสงฆ์ แต่คือการวางรากฐานนโยบายสาธารณะเชิงพุทธที่นำพาพระสงฆ์และชุมชนก้าวข้ามวิกฤต NCDs สู่สุขภาวะที่พลิกโฉมวัดให้เป็นที่พึ่งพาในยามวิกฤตและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชน เพื่อหมุดหมาย 'พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข' ที่เป็นก้าวสำคัญที่ทุกคนจะสามารถมีสุขภาวะที่ดีไปพร้อมกัน” นพ.ประจักษวิช กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก

กล่าวว่า “การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ (พ.ศ. 2569-2575) ชูธง ‘ทางธรรมนำทางโลก’ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจาก ‘ตั้งรับรักษา’ สู่ ‘รุกสร้างเสริม’ เพื่อแก้วิกฤตการณ์พระสงฆ์ไทยที่ก้าวสู่สังคมสูงวัยและลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) โดยผนึกพลัง 'บวร' บูรณาการโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์เข้ากับความรู้สาธารณสุขสมัยใหม่ เปลี่ยนวัดให้เป็นพื้นที่เชิงรุกในการสร้างเสริมสุขภาพต้นน้ำ พร้อมยกระดับพระสงฆ์สู่ผู้นำสุขภาวะและเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อชุมชน”

ในขณะที่ช่วงบ่ายเป็นการระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนโดย ผศ.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดี มอ. ซึ่งได้รับข้อเสนอเชิงบทบาทของมหาวิทยาลัย ชุมชนและท้องถิ่น ในการร่วมกันหนุนเสริมและดูแลสุขภาพพระสงฆ์สามเณรที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ รวมถึงการบ่มเพาะ และพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ สามเณร และพุทธศาสนิกชนให้เกิดความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพที่สอดคล้องกับพระธรรมวินัย และวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ เพื่อนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศสุขภาวะที่มีวัดเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการเพื่อการขับเคลื่อน
#ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ

ช่วงท้ายของการประชุม พระมงคลธรรมวิธาน (สำเร็จ ภูริจิตฺโต) อดีตรองอธิการบดี มมร. เจ้าอาวาสวัดทองเนียม (ธ) กล่าวอนุโมทนาหน่วยงานองค์กร และพุทธบริษัท 4 ที่มีความสมานสามัคคี ให้เกิดความยั่งยืน แสดงถึงความหวังดีเมตตาต่อกัน

ผู้แทนบริษัท พี.แสงอุดมเทรดดิ้ง จำกัด (ลูกอมแฮ็คส์) ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ร่วมปวารณาการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ กล่าวว่า ลูกอมแฮ็คส์พร้อมสนับสนุนพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในการลด ละ เลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ และพร้อมผนึกกำลังขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่มีวัดเป็นศูนย์กลางอย่างยั่งยืน

เวทีครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการประชุม แต่คือสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน จากการดูแลสุขภาพเชิงรับสู่การสร้างสุขภาวะเชิงรุก โดยใช้ “ทางธรรมนำทางโลก” ที่มีธรรมะเป็นเข็มทิศ และชุมชนเป็นพลังขับเคลื่อน หากการขับเคลื่อนครั้งนี้ประสบความสำเร็จ จะกลายเป็นต้นแบบระดับชาติที่เข้มแข็งและสมดุลยิ่งขึ้นในระยะยาวต่อไป
