ภาคใต้ ปูทางอนาคต “#ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” ใช้ “#ทางธรรมนำทางโลก” สู่ระบบสุขภาวะพระสงฆ์ที่ยั่งยืน


📍เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ (สงัด ปญฺญาวุโธ) เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าอาวาสวัดกระพังสุรินทร์ เมตตาให้ #สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นำโดย นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.), นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ประธานกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ (ฝ่ายคฤหัสถ์) พร้อมด้วยกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ, พระครูสุตรัตนบัณฑิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร, นพ.ประจักษวิช เล็บนาค กรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พว.สมจิตต์ สุขสง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านพัฒนากุฏิชีวาภิบาล และการอบรมพระคิลานุปัฏฐากและคณะทำงานกุฏิชีวาภิบาล และภาคเอกชน (ลูกอมHACKS) เข้ากราบถวายรายงานผลการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2566 ต่อ ณ สำนักงานเจ้าคณะใหญ่หนใต้ วัดกระพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง ท่ามกลางความร่วมมือของ 18 องค์กร
🔹 นายสุทธิพงษ์ รองเลขาธิการคสช. กล่าวถวายรายงานความก้าวหน้า ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2566 ย้ำการขับเคลื่อน “ทางธรรมนำทางโลก” สู่ระบบสุขภาพที่มีพระสงฆ์และวัดเป็นศูนย์กลางด้วยพลังความร่วมมือ 18 หน่วยงาน ทั้งคณะสงฆ์ หน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายสุขภาพทั่วประเทศ มุ่งเป้าสำคัญ “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” อย่างยั่งยืน สะท้อนบทบาทพระสงฆ์ในฐานะผู้นำสุขภาวะของชุมชน
 
🔹 ในการนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ ได้เมตตากล่าวอนุโมทนาและชื่นชมทุกหน่วยงานที่ร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนงานดูแลสุขภาพพระสงฆ์อย่างเข้มแข็ง โดยท่านได้เมตตาประทานโอวาทที่เป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพว่า “ขออนุโมทนากับทุกภาคส่วนที่ร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนงานนี้ งานดูแลสุขภาพนั้น แท้จริงแล้วต้องเริ่มต้นที่การ ‘เรารู้จักตัวเอง’ เมื่อเรารู้จักตนเอง เราจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง เห็นถึงความสิ้นไปเสื่อมไปเป็นธรรมดาตามกฎของธรรมชาติ” และเน้นย้ำว่า “เมื่อพระสงฆ์และพุทธบริษัทรู้จักตนเองและยอมรับในความเสื่อมตามธรรมดาของสังขาร จะทำให้เกิดความไม่ประมาทในการดูแลรักษาธาตุขันธ์ การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนโยบาย แต่คือการปฏิบัติให้เกิดมรรคผลเชิงประจักษ์ ผ่านการบริหารจัดการสุขภาพที่สอดคล้องกับพระธรรมวินัยและการวัดผลที่เป็นรูปธรรม”
👉  สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่คณะสงฆ์หนใต้ (14 จังหวัดภาคใต้) คณะกรรมการฯ ได้รายงานถึงแผนการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์และสามเณร การขยายผลวัดส่งเสริมสุขภาพ และการสนับสนุนบทบาทของพระคิลานุปัฏฐากในการดูแลพระอาพาธ ซึ่งสอดรับกับแนวทาง “รู้ตน รู้ธรรม นำสุขภาวะ” เพื่อให้พระสงฆ์ในพื้นที่ภาคใต้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นหลักชัยทางจิตใจให้แก่ญาติโยมอย่างมั่นคง
 
🔹 ด้านผู้แทนบริษัท พี.แสงอุดมเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ร่วมปวารณาการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ กล่าวว่า ลูกอมแฮ็คส์พร้อมสนับสนุนพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในการลด ละ เลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ และเราพร้อมผนึกกำลังขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่มีวัดเป็นศูนย์กลางอย่างยั่งยืน
✨  ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติถูกยกให้เป็น “หมุดหมายใหม่ของระบบสุขภาพสงฆ์ไทย” นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีกรอบนโยบายด้านสุขภาพพระสงฆ์ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยยึดหลัก “ทางธรรมนำทางโลก” เป็นหัวใจสำคัญ โดยการขับเคลื่อนในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากธรรมนูญฯ ฉบับปี 2560 สู่ฉบับปี 2566 ที่เข้มข้นขึ้นด้วย 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ใหม่ ดังนี้
1️⃣  การพัฒนาระบบสารสนเทศด้านสุขภาพพระสงฆ์
2️⃣  การเตรียมความพร้อมต่อสู้กับภาวะวิกฤตสุขภาพทุกรูปแบบ
3️⃣  ส่งเสริมให้พระสงฆ์เป็นผู้นำในการสร้างสุขภาวะแก่ชุมชน
โดยยังคงเป้าหมายสูงสุดคือ “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข”
 
🎯  การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่เพียงสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง แต่จะก้าวไปอีกขั้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ วัดนิโครธาราม (วัดกุฏิใน) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เพื่อพัฒนาสุขภาพเชิงพุทธ นำไปสู่เป้าหมายสูงสุด “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” ที่ยั่งยืนต่อไป

NHCO Q&A