สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ

คุมเข้มเวชระเบียน-ฐานข้อมูลผู้ป่วย

   สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับ ศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการและยกร่าง “แนวปฏิบัติตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข” เพื่อออกเป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในระบบสุขภาพ ดำเนินการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ที่กำหนดให้ข้อมูลด้านสุขภาพ รวมถึงเวชระเบียนผู้ป่วยที่อยู่ในสถานพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขต่างๆ เป็นความลับส่วนบุคคล
 

สช.แนะไกด์ไลน์ใช้สื่อโซเชียล “โพสต์-เซลฟี” ไม่ละเมิดสิทธิสุขภาพ

   การแชท แชร์ โพสต์ อาจใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา แต่ข้อมูลด้านสุขภาพต่างๆนานา ปรากฏต่อสายตาผู้คนนับล้านได้ภายในเสี้ยววินาที ... นี่คือพลังของ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ซึ่งบ่อยครั้งเกิดการละเมิดสิทธิด้านสุขภาพส่วนบุคคลโดยไม่รู้ตัว
 
   โดยเฉพาะในสถานพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุข ซึ่งดูแลข้อมูลด้านสุขภาพของคนไข้ เวชระเบียนต่างๆ ล้วนเกี่ยวข้องตาม มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ซึ่งให้ความคุ้มครองข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล ไม่ให้มีการเปิดเผยยกเว้นเจ้าของข้อมูลอนุญาต หรือมีกฎหมายฉบับอื่นๆ ได้บัญญัติให้ต้องเปิดเผยเท่านั้น
 

สช.เดินหน้าคุ้มครองข้อมูลสุขภาพคนไทย

   การคุ้มครองข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นหนึ่งในเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550เนื่องจากที่ผ่านมา เกิดปัญหาการนำข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเช่น รายละเอียดการรักษาโรค ฟิล์มเอ็กซเรย์ และภาพถ่ายของผู้ป่วยในโรงพยาบาล หรือแม้แต่ เวชระเบียนผู้ป่วย ถูกนำไปเผยแพร่ทางช่องทางต่างๆทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ บางครั้งทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล
 

สช. วางแนวปฏิบัติใหม่คุ้มครองสิทธิผู้ป่วย คุ้มครองข้อมูลสุขภาพในยุคดิจิตอล

   สช. จัดเวทีรับฟังความเห็นต่อ (ร่าง) แนวปฏิบัติตามมาตรา ๗ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ หวังคุ้มครองข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล วางแนวป้องกันเวชระเบียนผู้ป่วยถูกเผยแพร่สู่ภายนอก เกิดการละเมิดสิทธิ กระทบชีวิต ครอบครัว และการทำงาน
 

สร้างสุขที่ปลายทาง

   พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้มาตรา ๑๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นมา โดยสาระที่กำหนดไว้ ดังนี้
 
   “บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง”
 

กรรมการสุขภาพแห่งชาติห่วงบุคลากรสุขภาพ ต้อง ‘คิดก่อนคลิก’ ไม่ละเมิดสิทธิสุขภาพ

   คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเห็นชอบแนวทางใช้สื่อออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ ตามมาตรา ๗ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ หนุนสภาวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปรับใช้ต่อ หลังพบโพสต์-แชร์ ละเมิดสิทธิผู้ป่วยและจรรยาบรรณวิชาชีพ พร้อมผลักดันนโยบายสาธารณะลดบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อเป็น “วาระแห่งชาติ” เตรียมเสนอ ครม. เร็วๆ นี้
 

ทุกภาคส่วนร่วมวางกฎเหล็ก สกัดใช้โซเชียลมีเดียละเมิดสิทธิด้านสุขภาพ

   สช. เปิดเวทีความร่วมมือวางกรอบการใช้โซเชียลมีเดียของบุคลากรด้านสุขภาพและสาธารณสุข ป้องกันการโพสต์ แชร์ ทวิต ที่ละเมิดสิทธิผู้ป่วย หนุนสภาวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนนำไปใช้ประโยชน์ สร้างค่านิยมที่ถูกต้อง เจ้าของเพจดัง Drama-addict ขานรับ หลังพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์จำนวนมาก
 

หน้า