แร่ใยหิน

บนเส้นทาง...สู่ ‘สังคมไทยไร้แร่ใยหิน’

   การประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก ครั้งที่ 58 มีมติหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องการป้องกันและควบคุมมะเร็ง และการประชุมครั้งที่ 60 มีการรณรงค์ยกเลิกใช้แร่ใยหินทุกชนิดเพื่อควบคุมและกำจัดโรคที่จะเกิดจากแร่ใยหิน ขณะเดียวกันรายงานการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากแร่ใยหิน กระทรวงสาธารณสุขปี 2556 พบว่า สถานการณ์การเจ็บป่วยด้วยโรคปอดจากแร่ใยหินในประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งเยื่อเลื่อม 12 คน โดยมีความสัมพันธ์กับการสัมผัสแร่ใยหิน จำนวน 5 คน
 
   ประเทศไทยตื่นตัวเรื่องนี้มากว่า 10 ปีแล้ว ตัวอย่างสำคัญปรากฏในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3

เดินหน้าขับเคลื่อน ‘สังคมไทยไร้แร่ใยหิน’

   เป็นเวลามากกว่าหนึ่งทศวรรษ ที่เครือข่ายด้านสุขภาพ ทั้งฟากฝั่งวิชาชีพ วิชาการ ภาคประชาสังคม ได้ทำงานล่มหัวจมท้ายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ด้วยการ “แบนแร่ใยหิน” ให้พ้นจากประเทศอย่างถาวร
 

ตอนที่ 5 กระเบื้องมือสอง

   กระเบื้องมือสองจำนวนมากถูกเก็บจากไซต์งานก่อสร้างเพื่อส่งไปขายต่อในชุมชน ด้วยราคาที่ต่ำอย่างเหลือเชื่อจนไม่สามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไปได้ ทำให้กระเบื้องเหล่านั้นได้รับความนิยมจากชาวบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
 
   พฤติกรรมการใช้กระเบื้องมือสองจึงกลายมาเป็นเรื่องปกติของคนในชุมชน โดยกระเบื้องเหล่านั้นถูกดัดแปลงไปใช้ประโยชน์หลากหลายสุดแต่ใครจะจินตนาการ บางคนเพียงแค่นำไปปรับปรุงห้องหับ แต่บางคนถึงกับนำไปใช้แทนเขียงหั่นผัก-ผลไม้ หรือในหมู่กระเบื้องที่แตกหักสภาพไม่สมประกอบ ชาวบ้านก็ยังนำไปถมที่ถมทาง
 

ตอนที่ 4 สำรวจ ‘นานาทัศนะ’ Stakeholders ทุกฝ่ายเห็นพ้องภัยร้ายจาก ‘แร่ใยหิน’

   แม้จะเป็นเวลาเกือบ 1 ทศวรรษของการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเข้าใจให้สังคมไทยตระหนักถึงอันตรายที่เกิดจาก “แร่ใยหิน” แต่เส้นทางตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่าการขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดเป็นเรื่องที่ยาก
 
   และถึงแม้ว่า ในปี 2553 ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ได้มีฉันทมติร่วมกันใน มติที่ 3.1 เรื่อง “มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน” และในปีถัดมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความเห็นชอบพร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการ “แบนแร่ใยหิน” ภายใน 4 ปี
 

ตอนที่ 3 ต้องรอให้ป่วยเพิ่มอีกเท่าใด สังคมไทยจึงจะ ‘แบน’ แร่ใยหิน

   แม้ว่าจะมีข้อมูลทางวิชาการรองรับอย่างแน่นหนา และถึงแม้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเกือบทั่วทั้งโลกจะเห็นพ้องต้องกันว่า “แร่ใยหิน” คือหายนะต่อสุขภาพที่รัฐสมควรใช้ยาแรง “แบน” ให้หมดไปจากแผ่นดิน
 
   หากแต่จนถึงขณะนี้ สถานการณ์ในประเทศไทยกลับสวนทางกับสิ่งที่ควรจะเป็น เพราะยังคงมีปริมาณการนำเข้าแร่ใยหินมหาศาล โดยตัวเลขปี 2560 พบการนำเข้าสูงถึง 4 หมื่นตัน ติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศผู้นำเข้าแร่ใยหินมากที่สุดในโลก
 

ตอนที่ 2 ‘โลก’ ล้อม ‘ไทย’ ... ถึงเวลา ‘แบน’ แร่ใยหินหรือยัง

   ในขณะที่หลายประเทศกำลังทยอยเลิกใช้ “แร่ใยหิน” ประเทศไทยกลับติด “TOP 10” ประเทศผู้นำเข้าแร่ใยหินสูงที่สุดในโลก
 
   เหตุผลเดียวที่นานาประเทศต่างพากันยกเลิกการใช้แร่ใยหินก็คือ “ทำร้ายสุขภาพประชาชน” ขณะที่ประเทศไทยเคยมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2554 ที่จะทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่บรรลุผล
 

ตอนที่ 1 ทำไมต้องทบทวนมาตรการ ‘สังคมไทยไร้แร่ใยหิน’

   ลำพังแค่ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ปกคลุมม่านฟ้า และควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ที่ถูกปล่อยออกมาตลอดเวลา ก็ทำลายระบบทางเดินหายใจของเราจนย่ำแย่เต็มทีแล้ว
 
   ทุกวันนี้ มองไปทางไหนก็ยังต้องเจอกับการก่อสร้าง ทั้งตึกรามบ้านช่อง คอนโดสูง โครงการรถไฟฟ้า ถนนหนทาง ฯลฯ อีกมากมาย
 
   ตามตรอกซอกซอยก็ไม่เว้น เราสามารถพบไซต์งานก่อสร้างได้ในทุกที่-ทุกเวลา และทุกครั้งที่เราเดินผ่านหรือเข้าใกล้ นั่นหมายถึง “ความเสี่ยง” ต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะ “มะเร็ง”
 

คจ.สช.ดันระเบียบวาระแรก ‘สังคมไทยไร้แร่ใยหิน’

   คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ไฟเขียว “ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง...สู่การพัฒนาสังคมสุขภาวะ” เป็นธีมงานปี 2562 พร้อมเห็นชอบให้ประกาศทบทวนมติฯ สังคมไทยไร้แร่ใยหินเป็นระเบียบวาระแรกของการประชุมในปีนี้ หวังเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมสนับสนุนการใช้สารทดแทนที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ สู่การบริหารจัดการเพื่อควบคุม ลด และ เลิกการใช้แร่ใยหิน
 

คมส. เร่งมติสมัชชาสุขภาพภายใน 1 ปี เชื่อมทุกพรรคการเมืองเลิก ‘พาราควอต-แร่ใยหิน’

   คมส. ยกระดับ 77 มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ใส่เกียร์ห้าแก้ปัญหาสุขภาวะคนไทยแบบเร่งด่วนภายใน 1 ปี ทั้งโรค NCD น้ำดื่มปลอดภัย และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พร้อมผลักดันพรรคการเมืองสร้างนโยบายยกเลิกพาราควอต-แร่ใยหินในกระแสการเลือกตั้งที่จะมาถึง
 

'ทต.แม่ยาว'ต้นแบบป้องกันความปลอดภัยจากแร่ใยหิน

     นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยตัวแทนจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานกองทุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อร่วมประชุมกับทาง นายพงษ์พันธ์ ต๊ะถา นายกเทศบาลตำบล (ทต.) แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ทางสำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว ได้ออกประกาศเทศบาลตำบลแม่ยาว เรื่องกำหนดแนวทางการขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง...อ่านรายละเอียดข่าวทั้งหมด

หน้า