สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ชื่นชม ‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์’

   สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กราบถวายมุทิตาจิตสักการะสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมงฺกโร) ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 ฝ่ายบรรพชิต ที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฎ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ย้ำ ‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์’ ขับเคลื่อนด้วยดี ช่วย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ทั้งต่อพระและชาวบ้านในพื้นที่
 

ขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพเขตเมือง

   ภาพที่ทุกคนอาจจะรู้สึกเหมือนๆ กัน ก็คือ พื้นที่เขตเมืองน่าจะมีความเจริญและความพรั่งพร้อมในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะมิติทางสุขภาพแล้ว น่าจะมีความสมบูรณ์ไม่ตกหล่น
 
   อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงในเรื่อง “ระบบบริการสุขภาพ” กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหากวิเคราะห์สถานการณ์ระบบบริการสุขภาพเขตเมืองแล้วจะพบว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรมีจำกัด ระบบให้บริการไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ปรากฏข้อจำกัดด้านคุณภาพ การเข้าถึง และความเป็นธรรม
 

การออมเพื่อการเกษียณอายุ

   ประเทศในอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉลี่ย 65 ปีหรือแก่กว่า มีจำนวนมากถึงร้อยละ 10 หรือมากกว่า 7 ล้านคน และภายในปี 2583 ประชากรในกลุ่มนี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นถึง 17 ล้านคน ซึ่งมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ประเทศไทยยังมีส่วนแบ่งของจำนวนผู้สูงอายุมากที่สุดในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เช่นเดียวกับประเทศจีน และจะกลายเป็นประเทศที่มีส่วนแบ่งของจำนวนผู้สูงอายุมากที่สุดในภูมิภาคภายในปี 2583
 

‘คำนิยาม’ ดูแลแบบประคับประคองฉบับทางการของไทย

   ว่ากันตามคำจำกัดความของ องค์การอนามัยโลก (WHO) การดูแลรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) หมายถึง การดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคที่รักษาไม่หายด้วยการป้องกัน บรรเทาอาการ ตลอดจนบรรเทาความทุกข์ทรมานด้านต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น นับเป็นการดูแลแบบองค์รวมครอบคลุมทุกมิติของสุขภาพ อันได้ แก่ กาย ใจ ปัญญา และสังคมของผู้ป่วย
 
   ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีการพูดถึงการดูแลรักษาแบบประคับประคองมากขึ้น แต่กลับพบปัญหาเรื่องการตีความที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะในหน่วยงานราชการที่ล้วนแต่ตีความไปตามบริบทและอำนาจหน้าที่ของตัวเอง
 

สช.ยกเครื่องการสื่อสาร ‘สิทธิตายดี’ จัดทำ ‘Sit-com’

   “สิทธิการตายตามธรรมชาติ” ตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 รับรองสิทธิให้ทุกคนสามารถทำ “หนังสือแสดงเจตนา” ไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตได้
 
   นั่นสะท้อนถึงความก้าวหน้าของประเทศไทย สะท้อนถึงการให้ความเคารพในสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นมนุษย์
 
   ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะกลไกหลักภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนเรื่อง “สิทธิการตายตามธรรมชาติ” อย่างจริงจัง และยังร่วมกันสื่อสารกับสังคมอย่างเข้มข้น
 

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปีนี้ ‘เพศสภาวะ-สุขภาพจิตครอบครัว’

   คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติฯ ประกาศระเบียบวาระที่ 2 ‘วิถีเพศภาวะ: เสริมพลังสุขภาพจิตครอบครัว’ เตรียมผลักดันเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ช่วงปลายปี 2562 เหตุพบสถิติผู้ป่วยจิตเวชและอัตราฆ่าตัวตายขยายตัวรวดเร็ว แม้ในต่างจังหวัด บุคลาการด้านจิตเวชไม่เพียงพอ การไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศภาวะทำครอบครัวไทยตึงเครียด หลังประกาศระเบียบวาระแรก ‘มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน’ ไปก่อนหน้านี้
 

การออมเตรียมรับสังคมสูงวัย ขยายผล ‘ธนาคารต้นไม้’

   ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีคนแก่ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ!!
เป็นการคาดการณ์ที่ทำให้หน่วยงานต่างๆ เริ่มพูดถึง ‘สังคมสูงวัย’ กันมากขึ้นตามลำดับ เนื่องจากประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของไทยกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

 
   แม้การตระหนักรู้เรื่องนี้จะเพิ่มขึ้น แต่ดูเหมือนว่าเรายังคงมืดมนต่อทางออกว่าเราจะรับมืออย่างไร ?

หน้า